วิธีเปิดจิตใจให้กว้าง เพื่อฝึกจิตให้เกิดความสงบ

ใจที่เป็นสุข

ถือได้ว่าเป็นปกติของมนุษย์เรา เมื่อใดก็ตามที่เรามีความคิด มีความเชื่อ และมีอารมณ์ที่ไม่คงที่ ย่อมส่งผลต่อจิตใจของเราด้วยเช่นเดียวกัน จิตที่ไม่เป็นกลางย่อมไม่นิ่งอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเราจะต้องเปิดใจของตนเอง เพื่อฝึกให้เกิดความสงบขึ้นภายใน นับได้ว่าเป็นการฝึกจิตใจเพื่อให้รู้จักปล่อยวาง พร้อมทั้งเรียนรู้ถึงการให้อภัยผู้อื่น เมื่อทำได้จิตใจของเราก็จะเรียนรู้เองว่า ความรู้สึกสบายตัว ความสดใสและความเบิกบาน รวมไปถึงความเฉลียวฉลาดนั้น ทุกอย่างเกิดขึ้นได้อย่างไร และเมื่อใดก็ตามที่คุณได้คำตอบที่แท้จริง คำตอบก็จะนำพาให้คุณได้ค้นพบกับความสุขที่แท้จริงได้ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีอยู่ภายในจิตใจของคนเรา นับได้ว่าเป็นความสุขที่ไม่มีเงื่อนไขแต่อย่างใด

การฝึกสมาธิ เพื่อให้เกิดความสงบ

สมาธิ มีอยู่ในตัวของคนเราทุกคน หากเราเปิดใจอยากจะฝึกทำสมาธิ ย่อมทำให้คุณรู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่เรื่องยาก ถึงแม้ว่าการฝึกทำสมาธิจะมีหลากหลายวิธีด้วยกัน แต่การฝึกฝนเพื่อให้เกิดสมาธินั้น จำเป็นจะต้องดูและสังเกตที่จิตใจของคุณเองด้วย ว่ามีความเป็นกลางหรือมีความสงบแล้วหรือไม่ เพราะความสงบเราสามารถสังเกตุตนเองได้เสมอ หากสงบจริงเราจะรู้สึกได้ว่าทุกอย่างมีความนิ่ง ความสงบจะไม่สามารถเข้าไปอยู่ในความคิด หรือแม้กระทั่งมีอยู่ในอารมณ์ของคนเรา เราจะต้องรู้สึกเฉย ๆ รู้สึกสบายตัว ไม่รู้สึกเครียด และจิตใจของเราจะต้องอยู่กับปัจจุบันเท่านั้น โดยที่ไม่คิดนั่นคิดนี่แต่อย่างใดเลย และจิตจะต้องไม่แกว่งไปมาเด็ดขาด

ต้องรู้จักมองและสังเกตจิตใจของคุณเองด้วย

จิตของคนเราปกติแล้วจะไม่นิ่งพอหากเราไม่ฝึกฝน จิตของเราทุกคนมักจะแกว่งไปมาตามอารมณ์และความคิด ซึ่งเราจะต้องฝึกสังเกตจิตใจของตนเองด้วยว่าเป็นอย่างไร ซึ่งวิธีการสังเกตนั้นเราสามารถทำได้ดังนี้

  • เตรียมกระดาษและดินสอเพื่อทำการบันทึก
  • สังเกตตนเองว่าตอนนี้คุณกำลังคิดอะไร โดยจับเวลา 5 นาที ซึ่งคุณจะต้องไม่ช่วยจิตคิด แต่คุณจะต้องแยกแยะ และรอดูเท่านั้น
  • เมื่อจิตได้คิดสิ่งใด คุณต้องจดใส่กระดาษทันที ถือได้ว่าเป็นการสังเกตจิตของตนเอง

การฝึกมองและสังเกตจิตของตนเอง ถือได้ว่ามีข้อดี เพราะคุณจะค้นพบว่า ภายในระยะเวลา 5 นาทีนี้ จิตของคุณนิ่งหรือแกว่งไปมามากน้อยเพียงใด ตามความคิดของจิตที่คุณได้จดใส่ลงกระดาษ บางคนอาจจะคิดมาก บางคนอาจจะคิดน้อย ซึ่งจะส่งผลทำให้เราได้เห็นความแตกต่างของจิตใจคน สามารถนำไปสู่การเปิดใจ เพื่อฝึกจิตให้เกิดสมาธิจนค้นพบความสุขและความสงบได้

ฝึกใจให้สงบ เหมือนยากแต่ทำได้ง่ายมาก

ความสงบหยุดที่ใจ

ความเครียดคือโรคเงียบทีกัดกินจิตใจคนยุคปัจจุบันและมันต่อยอดไปสภาพจิตใจทำให้ท้อแท้สิ้นหวัง และอาจกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้แม้ว่าจะมีปัจจัยอื่นมาร่วมด้วยสำหรับโรคนี้และอาจเป็นปัญหาทางจิตหากเกิดความเครียดมากๆ ซึ่งคนไทยไม่นิยมการไปพบจิตแพทย์เพื่อบำบัดเพราะคิดว่าการไปหมอทางจิตเวชนั้นคือการเป็นบ้า หรือ มีสภาวะจิตไม่ปรกติแต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย การไปหาจิตแพทย์เพื่อบำบัดความเครียด ความสับสนใจจิตใจ หรือความคิดที่ไม่อาจควบคุมได้เป็นการดีและช่วยให้เรามีชีวิตได้อย่างเป็นสุข แต่ก็มีบางคนเที่เลือกวิธีการฝึกใจให้สงบเป็นตัวช่วยในการลดความเครียด ลดความฟุ้งซ่าน นั่นคือการทำสมาธิ

ชอบคิดฟุ้งซ่านบ่อย

“สมาธิ” สำคัญไฉน

หากเอ่ยถึงการทำสมาธิหลายคนมักเห็นภาพการนุ่งขาวห่มขาวท่องพุทธโธ และเดินจง กลมยุบหนอพองหนอ และหลายคนคิดว่าตัวเองทำไม่ได้แต่จริงๆแล้วการทำสมาธิแบบง่ายๆ ขั้นพื้นฐานโดยไม่อิงการนั่งวิธีการสงบจิตหรือการฝึกจิตฝึกสมาธิแบบที่เห็นกันตามวัดหรือสำนักสงฆ์ต่างๆ เราสามารถทำได้ง่ายๆที่บ้านหรือแม้แต่ที่ทำงาน ความหมายของวิธีการง่ายที่เราอยากแนะนำ การอยู่นิ่งๆ ไม่คิดถึงอะไรที่เครียดๆ ปล่อยเรื่องเครียดๆออกจากความคิด นั่งหลับตาสัก 5 นาทีอาจจะใช้วิธีนับ 1-100 ไปเรื่อยๆแบบช้าๆ หรือ นั่งนับลมหายใจเข้าออก ไม่ต้องคิดถึงอะไร ซึ่งสามารถทำได้ทุกสถานที่ไม่ว่าจะนั่งเงียบๆหลบมุมในห้องน้ำ หรือนั่งบนรถเมล์ รถไฟฟ้า หรือแม้แต่ก่อนนอน วิธีนี้จะช่วยให้เราผ่อนคลายความเครียดลงได้ แต่ขอย้ำว่ามันไม่ใช่สมาธิแบบทีอ้างอิงจากการปฏิบัติธรรม มันเป็นแค่การสงบจิตใจทำให้เราม่สมาธิที่จะทำงานต่อหรือหาหนทางแก้ปัญหา

แทงบอลออนไลน์

แต่หากมีความเครียดสะสมเช่นเคยเป็นผีพนัน แทงบอลออนไลน์ เล่นเสียทุกวัน ตอนฝึกมีใจกระวนกระวายถึงเรื่องนี้บ่อยครั้ง การทำจิตใจให้สงบคู่ไปกับการรักษาโดยแพทย์จิตเวช จะช่วยให้ได้ผลดีขึ้น จิตใจสงบมากขึ้น ลดความฟุ้งซ่านทางความคิดได้ หรือหากต้องใช้ยาในการบำบัดก็ควรทานให้ครบตามแพทย์สั่งด้วย คนที่มีเรื่องให้คิดฟุ้งซ้านเยอะ ชีวิตเคยหมกมุ่นเกี่ยวกับ พนัน บอล หวย การเดิมพันอะไรพวกนี้ อาจต้องฝึกเข้มงวดกว่าคนกลุ่มอื่นเพราะสมองไหลเวียนมาที่เรื่องพวกนี้ได้ประจำ จะทำให้ใจไม่สงบได้ แม้ว่าการฝึกจิตใจให้สงบจะเป็นทางออกเล็กๆในการแก้ความเครียดหรือลดความกดดันลงได้

แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วยว่า สามารถสงบจิตใจได้มากน้อยแค่ไหนในเวลาที่เกิดปัญหาหรือมีความเครียด เพราะพื้นฐานอารมณ์ไม่เท่ากันในแต่ละคน และยิ่งโดยเฉพาะคนที่มีพื้นฐานอารมย์รุนแรงเช่น โมโหง่าย ขี้หงุดหงิด การทำใจให้สงบเป็นเรื่องที่ยาก และยิ่งหากเราแนะนำให้รู้จักการปลงในเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นที่ต้องอาศัยการยอมรับความจริง การมองปัญหาอย่างใจเย็น การแก้ปัญหาไปตามสถานการณ์ บางคนไม่สามารถทำได้เลยเพราะคนกลุ่มนี้จะมีอารมณ์ฉุนเฉียวมองเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่เสมอ และมักจะแสดงออกด้วยการไม่พอใจทำให้การฝึกจิตใจให้สงบทำได้ยาก