4 วิธี ฝึกใจให้สงบ ลดอารมณ์หัวร้อนชะงัด

4 วิธี ฝึกใจให้สงบ ลดอารมณ์หัวร้อนชะงัด

การฝึกใจให้สงบจะเหมาะสำหรับคนยุคนี้เป็นอย่างมาก เพราะคนยุคใหม่มักจะใช้ชีวิตอยู่บนความตึงเครียดค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงานและการใช้ชีวิต ดังนั้น สิ่งที่คุณควรทำมากที่สุด คือ การฝึกฝนจิตใจของคุณให้มีความคงที่ มีความสงบ และมีสติอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันปัญหาหัวร้อนที่อาจจะนำพาไปสู่เหตุการณ์ไม่ดีต่าง ๆ ดังนั้นจึงขอแนะนำ 4 วิธีเพื่อฝึกจิตใจให้สงบและช่วยลดอารมณ์ร้อนได้ดี ดังนี้

1.หายใจลึก ๆ
เริ่มต้นฝึกใจ วิธีแรกจากการฝึกหายใจลึก ๆ โดยให้คุณนั่งหลับตาคล้ายการนั่งสมาธิแล้วปล่อยสมองให้โล่ง พร้อมหายใจเข้าและหายใจออกลึก ๆ ไปเรื่อย ๆ ซึ่งวิธีนี้ควรฝึกตั้งแต่ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจทำให้คุณรู้สึกอารมณ์ไม่ดี เพื่อทำให้คุณรู้สึกเคยชินได้เร็วที่สุด เมื่อเกิดปัญหาแล้วให้หายใจเข้า-ออกลึก ๆ ในลักษณะนี้ทันที จะช่วยทำให้คุณใจเย็นลงได้ง่ายและเร็วที่สุด ทั้งยังทำให้มีสติพอที่จะคิดหาเหตุผลมาดับอารมณ์โกรธได้ดีอีกด้วย

2.หยุดทำทุกกิจกรรมสักครู่
เมื่อคุณรู้สึกหัวร้อนและอารมณ์ไม่ดีอย่างรุนแรง ให้หยุดทำทุกกิจกรรม โดยเฉพาะการหยุดเล่นโซเชียล เพื่อป้องกันไม่ให้คุณโพสต์หรือคอมเม้นท์ผู้อื่นในแนวทางที่ไม่ดีและอาจนำความเดือดร้อนมาให้คุณได้ ดังนั้นเมื่อคุณเริ่มอารมณ์ไม่ดีอย่างรุนแรง ให้ออกจากทุกกิจกรรมที่คุณทำอยู่ แล้วไปอยู่ในมุมสงบหรือจุดที่เงียบที่สุด จากนั้นให้หายใจเข้า-ออกลึก ๆ จะช่วยทำให้คุณลดอาการหัวร้อนและมีสติมากขึ้น

3.มองให้เป็นอากาศ
สำหรับผู้ที่รู้สึกหัวร้อนง่ายเพราะคนรอบข้างที่มักพูดไม่ดีหรือทำไม่ดี ถ้าต้องการระงับอารมณ์ให้ได้มากที่สุด คุณควรมองคนเหล่านั้นให้เป็นอากาศ เหมือนไม่มีตัวตน ไม่ต้องสนใจใด ๆ เมื่อเขาเห็นคุณไม่สนใจก็อาจจะหยุดไปเอง แต่ถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้นและแย่ลง ให้คุณรีบออกมาจากบรรยากาศนั้น ๆ อย่าอยู่ใกล้หรือคบหาสมาคมกับคนที่ไม่ดีอีกต่อไป

4.ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายจะเป็นตัวช่วยที่ทำให้คุณสามารถลดความตึงเครียดได้ดีด้วยเช่นกัน เพราะการได้เล่นกีฬาหรือการออกกำลังกายในแบบของคุณ จำเป็นจะต้องใช้สมาธิพอสมควรและการที่ได้ออกกำลังจนเหงื่อออกท่วมตัว ก็จะยิ่งช่วยทำให้คุณรู้สึกสบายใจมากขึ้น

การฝึกใจให้อารมณ์เย็นลงและลดความรู้สึกโกรธ โมโห และหัวร้อน จะช่วยทำให้คุณใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ง่ายและมีความสุขมากยิ่งขึ้น พร้อมทำให้คุณกลายเป็นคนที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่นและเข้าใจความคิดของคนอื่นมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ใจเย็นได้แค่รู้วิธีการ เทคนิคฝึกใจให้นิ่งลง

ใจเย็นได้แค่รู้วิธีการ เทคนิคฝึกใจให้นิ่งลง

การมีวุฒิภาวะที่จะควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ คนใจเย็น ลงได้ทุกสถานการณ์ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน เพื่อลดปัญหาการปะทะอารมณ์ระหว่างกัน ซึ่งเราจะเห็นได้ว่ามีปัญหาคนหัวร้อนทำร้ายร่างกายกัน ทั้งในครอบครัว และในที่สาธารณะ เช่น ระหว่างการขับรถไปทำงานกันมากขึ้น

เทคนิคที่ช่วยให้ทุกคนใจเย็นลงได้

การฝึกหายใจ : การหายใจเข้าลึก ๆ แล้วออกยาว ๆ จะทำให้เรามีสติอยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ารูปรับรู้อารมณ์ตัวเองได้ดียิ่งขึ้น นับว่าเป็นเทคนิคที่ควรฝึกบ่อย ๆ ใช้การหลักการเดียวกันกับการทำสมาธิ ทำให้รู้ตัวหยุดนิ่งก่อนที่จะตอบกลับสิ่งที่คุณไม่พอใจด้วยการพูดจาหรือการกระทำที่รุนแรง

เปิดใจให้กว้าง : หากต้องทำงานร่วมกันอยู่หลายช่วงอายุ ตั้งแต่คนที่อายุ 20 ต้น ๆ จนถึงวัย 60 ปี จะเห็นได้ว่ามีบุคลิกต่างกัน คนวัยผู้ใหญ่มักมีความนิ่ง รอบคอบ มีการวางแผนอย่างเป็นระบบระเบียบสูง ส่วนคนที่อยู่ในวัยอายุน้อยกว่า จะมีความกล้าคิดกล้าทำ กล้าได้กล้าเสีย มีความสามารถผสมผสานไอเดียจากหลายศาสตร์ มีความชำนาญในการใช้สื่อโซเชียลและการประชาสัมพันธ์ ฯลฯ การเปิดใจที่จะเรียนรู้ซึ่งกันและกัน จะทำให้มีโอกาสที่จะสร้างสรรค์ผลงานชิ้นใหม่ให้กับองค์กร และทำให้ลดปัญหาการทะเลาะเบาะแว้ง ทุกคนจะใจเย็นในการเข้าหากันมากยิ่งขึ้น

ออกกำลังกายเป็นทีม : การเล่นกีฬาเป็นทีม นอกจากจะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุข เช่น Endorphin แล้วยังช่วยปรับสมดุลร่างกายทำให้สมองปลอดโปร่งอารมณ์ดีขึ้นแล้ว เช่น ฟุตบอล วอลเลย์บอล ตะกร้อ การจัดกิจการกีฬาในองค์กรหรือเข้ากลุ่มเพื่อสุขภาพเป็นประจำ จะช่วยให้เรียนรู้นิสัยที่แตกต่างระหว่างผู้คนได้ดีขึ้น เป็นการฝึกให้ทุกคนยอมลดความเป็นตัวตนของตัวเองลง นึกถึงเป้าหมายการเอาชนะในเกมกีฬา ซึ่งนำมาใช้ปรับใช้กับเรื่องอื่นในชีวิตได้ด้วย

การยิ้มและให้อภัย : ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด การยิ้มเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คนที่อยู่รอบ ๆ มองเห็นว่าคุณเป็นคนที่มีความเป็นผู้ใหญ่ และตอบรับได้ดีกับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าคนที่อยู่รอบข้างคุณจะทำให้คุณไม่พอใจอย่างไรก็ตาม แม้แต่ในสถานการณ์คับขัน คุณก็ควรที่จะตั้งสติและยิ้มให้อภัยเสมอ

จะเห็นได้ว่า การฝึกใจให้ใจเย็นนั้น สามารถทำได้ทั้งจากภายในและการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวัน เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยทุกท่านเห็นแนวทางในการปรับประยุกต์กับตัวเอง เพื่อให้มีความราบรื่นในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นมากขึ้น

เทคนิคที่ช่วยให้ทุกคนใจเย็นลงได้