ประโยชน์ 5 ประการจากการฝึกใจให้คิดบวก

ประโยชน์ 5 ประการจากการฝึกใจให้คิดบวก

การเปลี่ยนแปลงด้านสังคมและเศรษฐกิจในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและสภาพจิตใจของคนเราอย่างมาก หากปล่อยให้สิ่งเร้าต่าง ๆ มากระทบจิตใจก่อให้เกิดอารมณ์ขุ่นมัวอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะส่งผลต่อความคิด มุมมองการใช้ชีวิตในแง่ลบแล้ว ยังเป็นสาเหตุของโรคภัยไข้เจ็บและหนทางสู่ความล้มเหลวในชีวิตได้ในที่สุด

ในทางตรงกันข้าม หากเราปรับเปลี่ยนวิธีคิดด้วยการมองโลกในแง่ดี ฝึกใจให้คิดบวกอยู่เสมอ เราก็จะมีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนชีวิตที่กำลังหล่นร่วงไปสู่มุมมืดให้คืนกลับสู่แสงสว่างในโลกแห่งความเป็นจริงได้ ถ้าหากยังสงสัย เราไปดูให้รู้กันว่า ประโยชน์ 5 ประการจากการฝึกใจให้คิดบวกมีอะไรกันบ้างค่ะ

ประการที่ 1 เมื่อเราตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะฝ่าด่านอารมณ์ขุ่นมัวไปได้ด้วยสติ เราก็ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์และศึกษาคุณธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นหลักใจการพิจารณา เมื่อมีเรื่องขุ่นมัวมากระทบจิตใจ ก็ให้พิจารณาว่าเป็นเรื่องธรรมดาของโลก ยอมรับว่าตนเองกำลังรู้สึกอย่างไร มีสติและแก้ปัญหาที่สาเหตุ ซึ่งประโยชน์ที่เกิดขึ้นจะส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกาย และทำให้จิตใจไม่ฟุ้งซ่าน ลดความเสี่ยงการเป็นโรคเกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิต เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น

ประการที่ 2 การมองโลกในแง่ดี ไม่คิดร้าย หรือสร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้ผู้อื่น ประโยชน์ที่ได้รับเมื่อเกิดปัญหาหรือมีความเสียหายเกิดขึ้น เราจะสามารถให้อภัยผู้อื่นและตนเองได้ ทำให้จิตใจมีพลังในการแก้ไขปัญหาและก้าวผ่านอุปสรรคไปได้อย่างไม่ยากลำบาก ประโยชน์ที่ได้รับคือ ระบบการเผาผลาญ ย่อยสลาย ขับถ่ายและดูดซึมอาหารของร่างกายทำงานเป็นปกติ ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ

ประการที่ 3 การมองหาแรงบันดาลใจจากบุคคลต้นแบบ คนในครอบครัว หรือคนใกล้ตัวที่มีความสำเร็จในชีวิต ศึกษาวิธีคิด วิธีปฏิบัติและนำมาปรับใช้กับตนเองอย่างสม่ำเสมอ ประโยชน์ที่ได้รับคือ การมีบุคลิกภาพที่ดี มีความสุข และความเชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น มองข้ามอุปสรรคและค้นพบทางออกของปัญหาได้อย่างง่ายดาย

ประการที่ 4 การฝึกใจให้คิดบวกบนพื้นฐานของคุณธรรมความซื่อสัตย์และจริงใจ ความคิดดี ทำดี และช่วยเหลือผู้อื่น จะช่วยให้สมองหลั่งสารเอนโดรฟีนซึ่งเป็นฮอร์โมนความสุข เมื่อปราศจากความวิตกกังวลใด ๆ ปัญหาก็จะไม่เป็นปัญหาสำหรับเราอีกต่อไป ซึ่งประโยชน์ที่เกิดขึ้นมีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ตีพิมพ์ลงในวารสาร The American Journal of Cardiology ในปี 2013 รองรับว่า มีการทดสอบกับอาสาสมัครที่มีอายุ 40-70ปี จำนวนเกือบ 1,000 คน พบว่าการใช้ชีวิตด้วยทัศนคติในเชิงบวกและมีความสุขในการดำเนินชีวิต จะช่วยเพิ่มระดับไขมันดีในร่างกายให้สูงกว่าระดับไขมันเลวได้ เนื่องจากการมีสภาพจิตใจและภาวะโภชนาการที่ดีนั่นเอง

ประการที่ 5 ฝึกใจให้สงบด้วยธรรมชาติบำบัด โดยการดูแลเอาใจใส่กระถางต้นไม้ในสวนหน้าบ้าน หลังบ้าน หรือต้นไม้ใบหญ้า ริมถนนสองข้างทาง ก็เป็นการพักผ่อนสายตาและมีประโยชน์ในการฝึกใจทั้งสิ้น เพราะเมื่อเราได้ใกล้ชิดธรรมชาติที่สวยงาม อากาศบริสุทธิ์ สุขภาพกายใจผ่อนคลายไม่ตึงเครียด ภูมิคุ้มกันร่างกายก็ดีตามไปด้วย

เพียงเราปรับเปลี่ยนมุมมองเพียงเล็กน้อย ด้วยการมองโลกในแง่ดี เราก็จะกลายเป็นคนอารมณ์ดี บุคลิกภาพดี จิตใจผ่องใส ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและยังมีอายุยืนยาวอีกด้วย