5 วิธีฝึกจิตใจให้เข้มแข็งง่าย ๆ ใครก็ทำได้

5 วิธีฝึกจิตใจให้เข้มแข็งง่าย ๆ ใครก็ทำได้

เคยไหม..ที่ชีวิตคุณต้องพบเจอกับปัญหาอุปสรรคมากมายที่ทำให้จิตใจท้อแท้ห่อเหี่ยวจะหันหน้าไปพึ่งพาอาศัยใครก็ไม่ได้ หากคุณเคยพบเจอกับสถานการณ์แย่ ๆ ในชีวิตเช่นนี้ขอให้คุณรับรู้เอาไว้ว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นกับคุณคนเดียว เพราะทุกคนต่างก็เคยเจอเรื่องร้าย ๆ มาแล้วด้วยกันทั้งนั้น

วันนี้เราลองมาเรียนรู้วิธีการฝึกจิตใจให้มั่นคง แข็งแรงได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีการที่หลายท่านได้ฝึกฝนจนสามารถเอาชนะปัญหาอุปสรรคในชีวิตมาได้

  1. เมื่อเจอปัญหา อย่าอยู่คนเดียว

คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย สามคนสบาย

หากเป็นไปได้ให้พยายามออกไปพบปะผู้คนโดยเฉพาะคนที่คุณไว้วางใจมากที่สุด คนที่คุณสามารถพูดคุยกับเขาได้ทุกเรื่อง เช่น พ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนสนิทมิตรสหาย หรือครูบาอาจารย์ก็ได้ เพราะเขาเหล่านี้อาจให้ข้อคิดหรือมุมมองที่ดี โดยที่คุณอาจคาดไม่ถึงก็เป็นได้

  1. เขียนระบายความในใจ

การเขียนถือว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดการทำสมาธิชั้นดี ไม่เชื่อลองทำดู

ในยุคสมัยที่เราอาจต้องเว้นระยะห่างทางสังคมบางทีการออกไปพบปะผู้คนอาจเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย แต่สิ่งที่เราทำได้ง่ายนั่นก็คือการเขียน

การเขียนนอกจากจะเป็นการระบายความในใจออกมาเป็นตัวหนังสือนอกจากทำให้สบายใจแล้วยังเป็นการฝึกสมาธิได้ดีด้วย ไม่แน่ว่า..เรื่องราวที่เขียนอาจนำไปต่อยอดเป็นงานเขียนประเภทอื่น ๆ ทำเงินให้คุณในอนาคตด้วยก็ได้

  1. ดูหนังตลก

หัวเราะ 1 ครั้งอายุยืน 1 วัน หัวเราะทุกวันสร้างภูมิคุ้มกันโรค

บางท่านบอกไม่มีอารมณ์ที่จะเขียน ถ้าเช่นนั้นเราขอแนะนำอีกหนึ่งวิธี นั่นก็คือการดูหนังตลก เพราะหนังตลกนอกจากจะทำให้เราอารมณ์ดีแล้วยังเป็นการฝึกให้เราเป็นคนคิดบวกได้อีกด้วย

  1. เล่นดนตรี

ชีวิตที่เจอแต่ปัญหาลองเขียนมันออกมาเป็นบทเพลง

เพลงอมตะไพเราะหลาย ๆ บทมักจะเขียนออกมาจากชีวิตจริงของใครสักคนไม่แน่นะครับว่าเพลงที่กำลังไต่ยอดวิวหลักล้านอยู่ในขณะนี้อาจเป็นเพลงของคุณก็ได้

  1. ออกกำลังกาย

ออกกำลังกายวันละนิดจิตแจ่มใส

การได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ร่างกายสดใสแข็งแรง สมองปลอดโปร่งโล่งสบาย ปัญหาหนัก ๆ หลายเรื่องที่คิดไม่ตก บางทีก็ต้องยอมปล่อยมันไป หันมาสนใจเฉพาะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าดีกว่า สติมาเดี๋ยวปัญญาก็เกิด

การใช้ชีวิตในปัจจุบันแม้มันไม่ง่ายแต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป ถ้าหากเราใส่ใจที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ อดีตที่ผ่านไปก็เหมือนสายน้ำมันไม่อาจไหลย้อนคืนมา ชีวิตคนเราก็เหมือนกันเราไม่สามารถย้อนคืนวันกลับมาแก้ไขอดีต แต่เราสามารถทำปัจจุบันให้ดีขึ้นได้

4 วิธี ฝึกใจให้สงบ ลดอารมณ์หัวร้อนชะงัด

4 วิธี ฝึกใจให้สงบ ลดอารมณ์หัวร้อนชะงัด

การฝึกใจให้สงบจะเหมาะสำหรับคนยุคนี้เป็นอย่างมาก เพราะคนยุคใหม่มักจะใช้ชีวิตอยู่บนความตึงเครียดค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงานและการใช้ชีวิต ดังนั้น สิ่งที่คุณควรทำมากที่สุด คือ การฝึกฝนจิตใจของคุณให้มีความคงที่ มีความสงบ และมีสติอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันปัญหาหัวร้อนที่อาจจะนำพาไปสู่เหตุการณ์ไม่ดีต่าง ๆ ดังนั้นจึงขอแนะนำ 4 วิธีเพื่อฝึกจิตใจให้สงบและช่วยลดอารมณ์ร้อนได้ดี ดังนี้

1.หายใจลึก ๆ
เริ่มต้นฝึกใจ วิธีแรกจากการฝึกหายใจลึก ๆ โดยให้คุณนั่งหลับตาคล้ายการนั่งสมาธิแล้วปล่อยสมองให้โล่ง พร้อมหายใจเข้าและหายใจออกลึก ๆ ไปเรื่อย ๆ ซึ่งวิธีนี้ควรฝึกตั้งแต่ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจทำให้คุณรู้สึกอารมณ์ไม่ดี เพื่อทำให้คุณรู้สึกเคยชินได้เร็วที่สุด เมื่อเกิดปัญหาแล้วให้หายใจเข้า-ออกลึก ๆ ในลักษณะนี้ทันที จะช่วยทำให้คุณใจเย็นลงได้ง่ายและเร็วที่สุด ทั้งยังทำให้มีสติพอที่จะคิดหาเหตุผลมาดับอารมณ์โกรธได้ดีอีกด้วย

2.หยุดทำทุกกิจกรรมสักครู่
เมื่อคุณรู้สึกหัวร้อนและอารมณ์ไม่ดีอย่างรุนแรง ให้หยุดทำทุกกิจกรรม โดยเฉพาะการหยุดเล่นโซเชียล เพื่อป้องกันไม่ให้คุณโพสต์หรือคอมเม้นท์ผู้อื่นในแนวทางที่ไม่ดีและอาจนำความเดือดร้อนมาให้คุณได้ ดังนั้นเมื่อคุณเริ่มอารมณ์ไม่ดีอย่างรุนแรง ให้ออกจากทุกกิจกรรมที่คุณทำอยู่ แล้วไปอยู่ในมุมสงบหรือจุดที่เงียบที่สุด จากนั้นให้หายใจเข้า-ออกลึก ๆ จะช่วยทำให้คุณลดอาการหัวร้อนและมีสติมากขึ้น

3.มองให้เป็นอากาศ
สำหรับผู้ที่รู้สึกหัวร้อนง่ายเพราะคนรอบข้างที่มักพูดไม่ดีหรือทำไม่ดี ถ้าต้องการระงับอารมณ์ให้ได้มากที่สุด คุณควรมองคนเหล่านั้นให้เป็นอากาศ เหมือนไม่มีตัวตน ไม่ต้องสนใจใด ๆ เมื่อเขาเห็นคุณไม่สนใจก็อาจจะหยุดไปเอง แต่ถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้นและแย่ลง ให้คุณรีบออกมาจากบรรยากาศนั้น ๆ อย่าอยู่ใกล้หรือคบหาสมาคมกับคนที่ไม่ดีอีกต่อไป

4.ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายจะเป็นตัวช่วยที่ทำให้คุณสามารถลดความตึงเครียดได้ดีด้วยเช่นกัน เพราะการได้เล่นกีฬาหรือการออกกำลังกายในแบบของคุณ จำเป็นจะต้องใช้สมาธิพอสมควรและการที่ได้ออกกำลังจนเหงื่อออกท่วมตัว ก็จะยิ่งช่วยทำให้คุณรู้สึกสบายใจมากขึ้น

การฝึกใจให้อารมณ์เย็นลงและลดความรู้สึกโกรธ โมโห และหัวร้อน จะช่วยทำให้คุณใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ง่ายและมีความสุขมากยิ่งขึ้น พร้อมทำให้คุณกลายเป็นคนที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่นและเข้าใจความคิดของคนอื่นมากขึ้นด้วยเช่นกัน