วิธีฝึกใจให้รับมือกับปัญหาทางการเงินง่ายขึ้น

วิธีฝึกใจให้รับมือกับปัญหาทางการเงินง่ายขึ้น

ความเครียดความทุกข์ของคนเรากว่าครึ่งมาจากปัญหาทางการเงิน เมื่อต้องเผชิญกับวิกฤตการเงินโดยไม่คาดคิด จู่ ๆ เครื่องซักผ้าก็เสีย รถสตาร์ทไม่ติด เจ็บป่วยฉุกเฉิน แต่เงินออมเก็บสำรองไว้ไม่เพียงพอ การเรียนรู้วิธีรับมือกับความทุกข์ยากเป็นทักษะการฝึกใจที่ช่วยให้รับมือกับวิกฤตต่าง ๆ ในชีวิตได้ การฝึกใจให้ยืดหยุ่นไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถ ทำอย่างไรดีเรามีคำตอบให้ดังนี้

1.อย่ากลัวที่จะพูดถึงเรื่องเงิน

คนที่มีเป้าหมายในชีวิตย่อมต้องมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ ไม่ว่าจะเป็น แผนซื้อรถ ผ่อนบ้าน แผนการศึกษาของลูก หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เมื่อเป้าหมายยังไม่สำเร็จจะเกิดความวิตกกังวลอยู่เสมอ หากมีคนถามถึงปัญหาเรื่องเงินในชีวิต ไม่จำเป็นต้องเก็บงำเป็นความลับเพราะหลายคนหลายความคิดอาจมีคำแนะนำดี ๆ ที่อาจเป็นประโยชน์ หรือแม้แต่คนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยในยามคับขัน อย่ากลัวที่จะพูดถึงเรื่องเงินเพราะถ้าปล่อยปัญหาไปไม่รีบแก้ไขก็อาจจะสายเกินไปแล้ว 

2.ขอคำแนะนำและความช่วยเหลือ

ในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง เงินทองเป็นของหายาก สวนทางกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นทุกวัน หลายคนต้องการคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ทำให้มองเห็นทางออกว่าแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างไร อย่ามัวแต่อับอาย กลัวเสียหน้า และจมอยู่กับปัญหาเพียงลำพัง ควรฝึกใจให้ยอมรับความจริงว่าการเงินกำลังมีปัญหา ต้องการความช่วยเหลือจากผู้ที่มีความเป็นมืออาชีพเข้ามาช่วยเหลือจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ทุกคนที่เคยมีปัญหาเรื่องเงินมาก่อนจะเข้าใจว่ากว่าจะก้าวข้ามอุปสรรคไปได้ไม่ใช่เรื่องง่าย หากได้คำแนะนำดี ๆ และความช่วยเหลือจากพันธมิตรจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางจิตใจ เผชิญหน้าแก้ไขปัญหาได้เร็วขึ้น

3.เลิกนิสัยที่ไม่ดีต่อสุขภาพและการเงิน

คนที่มีจิตใจเข้มแข็งจะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น เก่งขึ้น สุขภาพเป็นอีกสิ่งสำคัญที่ช่วยลดปัญหาทางการเงิน หากกินอาหารดี ออกกำลังกาย งดเหล้า บุหรี่ กำจัดสิ่งไม่ดีออกไปก่อนจะทำให้สุขภาพดีขึ้น ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปกับการรักษาพยาบาล มีเงินสำรองฉุกเฉินไว้ใช้ในเรื่องจำเป็นจริง ๆ การเงินก็เช่นกัน หากมีเป้าหมายทางการเงินในอนาคตควรฝึกใจให้เข้มแข็ง ขยันอดออมเก็บเงินไว้ให้ได้มาก ๆ จัดการปลดภาระหนี้สินโดยเร็วที่สุด หนี้ที่ต้องรีบกำจัดก่อนอื่นคือหนี้บัตรเครดิตที่มีดอกเบี้ยสูงให้เร็วที่สุด คนที่ฝึกใจให้มองสถานการณ์ตามจริง รู้จักความยืดหยุ่น จะรับมือกับปัญหาการเงินได้ดีขึ้น

4.คิดบวกกับทุกปัญหา

การฝึกใจให้คิดบวกเป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยากหากไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง เคล็ดลับสำคัญคือการแบ่งปันเรื่องราวปัญหากับคนที่ไว้ใจได้ ทำให้รู้สึกว่ามีคนอยู่เคียงข้างเป็นที่ปรึกษาหรือคอยช่วยเหลือทำให้จิตใจเข้มแข็งและกล้ารับมือกับปัญหาที่เผชิญอยู่ได้ แม้จะเป็นเรื่องเหนือการควบคุมอย่างเช่นเจ็บป่วยฉุกเฉิน ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาเกิดภาระหนี้สิน สถานการณ์อาจดูเลวร้าย แต่ถ้าปรับใจให้คิดบวกได้ ค่อย ๆ คิดถึงวิธีแก้ไขปัญหา ทั้งยังมีคนเคียงข้างเป็นที่ปรึกษาและเป็นกำลังใจให้ ย่อมหาทางจ่ายเงินที่กู้ยืมมาให้ครบถ้วนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

5 ข้อคิดฝึกใจให้สงบ ลดความเครียด

5 ข้อคิดฝึกใจให้สงบ ลดความเครียด

ความเครียดเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพตามมาได้มากมาย ทั้งปัญหาสุขภาพทางกายและปัญหาทางจิตใจ วันนี้เราจึงขอนำเสนอ 5 ข้อคิดฝึกใจให้สงบ ลดความเครียด ไปดูกันว่าจะมีข้อไหนที่น่าสนใจและนำไปทำตามได้บ้าง

1.มองปัญหาเป็นความท้าทาย
ทุก ๆ คนย่อมมีอุปสรรคปัญหาเข้ามาในทุกวันของการใช้ชีวิต ซึ่งถ้าเราคิดว่าสิ่งนั้น ๆ เป็นปัญหา ความรู้สึกที่จะจัดการให้ผ่านพ้นไปก็เป็นเรื่องยาก แต่ถ้าเรามองว่าสิ่งดังกล่าวนั้นเป็นความท้าทายที่จะช่วยให้เราแข็งแกร่งขึ้น ทุกปัญหาที่เข้ามาในชีวิตก็จัดการได้ไม่ยากเลย

2.หลังความยากลำบากจะมีความง่ายดาย
ความยากง่ายในปัญหาของแต่ละคนอาจจะไม่มีมาตรวัดตายตัว แต่ทุกคนคงเคยประสบกับสิ่งที่คิดว่ายากลำบากกันมาแล้ว ซึ่งถ้าใครกำลังพบกับความยากลำบากเรื่องใหม่ที่ยากต่อการจัดการอยู่ ขอให้อดทน หาทางแก้ไขตามที่ควรจะเป็น สักวันปัญหานั้นก็จะผ่านไป กลายเป็นประสบการณ์ที่ทรงคุณค่า และทำให้สามารถรับมือกับปัญหาที่ยากยิ่งกว่าได้ในอนาคต

3.อย่าเปรียบเทียบกับคนอื่น
ในทุกวันนี้เราอาจเห็นความสำเร็จของหลาย ๆ คน ทั้งในข่าวหรือสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ จนอาจจะคิดเปรียบเทียบไปว่าทำไมเรายังไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลย คนอื่น ๆ ชีวิตดูสบายมีแต่ความสุข แต่เราไม่ได้รับรู้เลยว่าระหว่างทางกว่าภาพความสำเร็จของแต่ละคนจะออกมาปรากฏต่อสายตาผู้คนนั้นเขาต้องผ่านอะไรกันมาบ้าง ซึ่งอาจจะแย่กว่าที่เราเป็นตอนนี้เสียอีก ดังนั้นอย่าไปเปรียบเทียบหรืออิจฉาคนอื่นเพราะยิ่งคิดเปรียบเทียบก็ยิ่งเกิดความโลภและความต้องการที่มากขึ้น ทำให้เหนื่อยกับการวิ่งตามความสุข ซึ่งเป็นความสุขที่ไม่ยั่งยืนเอาเสียเลย

4.อย่าปล่อยให้ปัญหามาบั่นทอนความสุข
ปัญหาทุกอย่างมีทางออก ซึ่งถ้าเราพยายามจนเต็มที่แล้ว แต่ยังแก้ไขด้วยตัวเองไม่ได้ก็ควรหาตัวช่วยที่จะทำให้ปัญหานั้นผ่านไปด้วยดี ลองมองหาที่ปรึกษาซึ่งมีความน่าเชื่อ และค่อย ๆ จัดการความคิดหาทางแก้ไปในทางที่ถูกต้อง รวมถึงอย่าปล่อยให้ปัญหามาบั่นทอนความสุขต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นด้วย

5.ตั้งเป้าหมายให้ชัด
หลายคนอาจจะเกิดช่วงเวลาของความว่างเปล่าในชีวิต ที่ไม่รู้จะทำอะไร ไม่มีแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตต่อ จนทำให้ใช้ชีวิตอย่างไร้จุดหมาย และบางครั้งอาจจะไม่ต้องการใช้ชีวิตต่อไปอีกเลย การใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความว่างเปล่านี้ได้ ลองมองหาคำตอบให้ชัดว่าชีวิตนี้เกิดมาเพื่ออะไร เป้าหมายของชีวิตเราต้องการทำอะไร ถ้ายังตั้งเป้าหมายระยะยาวไม่ได้ลองตั้งเป้าหมายระยะสั้นแบบวันต่อวันดูก่อน แล้วจะเริ่มมองเห็นภาพเส้นทางชีวิตในอนาคตได้ชัดเจนขึ้น

การฝึกใจนอกจากจะลดความเครียดแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสุขในการใช้ชีวิตอีกด้วย สิ่งสำคัญคือขอให้เชื่อมั่นในตนเองและลงมือทำอย่างไม่ย่อท้อ แล้วทุกสิ่งจะสมหวังดั่งใจปรารถนา

วิธีฝึกใจ เมื่อเผชิญกับความเครียด

วิธีฝึกใจ เมื่อเผชิญกับความเครียด

ความเครียด เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากพบเจอ แต่ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะเมื่อมีสิ่งที่เราไม่สามารถจัดการได้ตามที่ใจต้องการ กระบวนการในร่างกายก็จะตอบสนองด้วยการสร้างความเครียดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ดังนั้นเมื่อเกิดความเครียดแล้ว จะมีวิธีจัดการได้อย่างไรบ้าง ลองมาดูกัน

ฝึกใจอย่างไรให้ลดลงจากความเครียด

รู้ตัวเสมอ เมื่อเกิดความเครียด

การมีสติอยู่เสมอเป็นเรื่องที่ดี เพื่อที่จะได้หาทางจัดการให้ปัญหาต่าง ๆ ผ่านไปได้ด้วยดี เมื่อมีความเครียดเกิดขึ้นมาแล้ว ถ้าเราไม่รู้ตัวปล่อยให้ความเครียดอยู่กับเราไปในระยะยาว ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจได้ ซึ่งความเครียดก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระที่จะมาทำร้ายเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายได้อีกด้วย

หาสาเหตุของความเครียด

เมื่อรับรู้ได้ว่าเกิดอาการเครียดแล้ว ลองหาเวลานั่งทบทวนตัวเองสักพักว่าทำไมถึงเครียด เกิดจากตัวเราเองหรือปัจจัยภายนอก ซึ่งหากเกิดจากตัวเราเองก็ต้องวางแผนหาทางป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอีก แต่ถ้าเกิดจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวก็ต้องลองปรับความคิด ทำใจให้สบาย ไม่ต้องคิดมาก ก็จะช่วยลดอาการเครียดลงได้

รู้จักให้อภัย

บางครั้งความเครียดเกิดจากความรู้สึกไม่พอใจ ในการกระทำของคนอื่นที่ส่งผลกระทบกับเรา ซึ่งบางทีผู้ที่เราคิดว่าเขาทำให้เราไม่พอใจอาจจะไม่ได้รู้สึกตัวเลยก็ได้ ดังนั้นถ้าเราไม่รู้จักการให้อภัย เก็บมาคิดมาก เราก็จะเป็นคนที่เสียประโยชน์อยู่ฝ่ายเดียว เปลี่ยนความคิดจากการโกรธเคืองเป็นการให้อภัย แค่นี้ความเครียดที่ทำให้หนักสมองอยู่ก็หายไปได้แล้ว

พักจากสิ่งที่ทำให้เครียด

บ่อยครั้งที่ความเครียดจะมากับภาระงานที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งการที่เราเจอกับความกดดันหรือภาระงานหนักอยู่บ่อย ๆ ก็อาจส่งผลให้เกิดความเครียดสะสมได้ เราควรหาเวลาไปพักผ่อนบ้าง แต่ถ้าไม่มีเวลาว่างมากนัก การได้เดินผ่อนคลาย หลีกห่างจากงานที่ก่อให้เกิดความเครียด สักประมาณครึ่งชั่วโมง ก็เป็นการคลายเครียดได้แล้ว

หาวิธีระบายความเครียด

หากว่าใครที่ลองทำ 4 วิธีข้างต้นแล้วยังไม่หายเครียดอีก การระบายให้คนใกล้ชิดฟังก็เป็นทางเลือกที่ดีอย่างหนึ่ง แต่หากมองหาใครก็ยังไม่เจออีก เราเองนี่ล่ะที่จะเป็นผู้ฟังที่ดีให้กับตัวเองได้ หรืออาจจะเลือกวิธีเขียนไดอารี่ ซึ่งเป็นวิธีการระบายผ่านทางการเขียนที่จะไม่มีใครสามารถรับรู้ได้ หากเราไม่นำไปเผยแพร่ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการระบายลงสังคมออนไลน์แบบในยุคปัจจุบัน เพราะหากเราพิมพ์ลงไปโดยไม่ได้คิดให้ดีก่อน อาจส่งผลกระทบต่ออนาคตแบบที่เราคาดไม่ถึงเลยก็ได้

ความเครียดเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ยาก ซึ่งการฝึกใจไม่ให้เครียดง่ายจะเป็นทางหนึ่งที่ช่วยได้ เมื่อเราลองปรับตัวเองเป็นคนไม่เครียดง่าย ก็จะทำให้เราพร้อมรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ที่จะเข้ามาด้วย

ฝึกใจอย่างไรให้ลดลงจากความโกรธ