ของหายแต่ใจไม่หาย พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ฝึกใจให้คิดบวกเมื่อทำของหาย

ของหายแต่ใจไม่หาย พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ฝึกใจให้คิดบวกเมื่อทำของหาย

เราทุกคนต่างจำความรู้สึกเจ็บปวดจากการทำของหาย ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าสตางค์ สร้อย เงิน มือถือหาย นอกจากเสียดายของและจู่ ๆ ต้องมาเดือดร้อนเรื่องเงินแล้ว ยังนึกเจ็บใจตัวเองที่สะเพร่าอีก เรียกว่าทรมานใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ว่าเหตุการณ์แย่ ๆ นั้นก็มีด้านดีซ่อนอยู่ ขอเพียงให้คิดบวก

การคิดบวกคืออะไร

การคิดบวกคือการพิจารณาด้านดีของสิ่งต่าง ๆ ตามความเป็นจริง ไม่ได้ละเลยด้านอื่น ๆ เพียงแต่ยึดด้านดีเป็นหลัก เป็นกำลังใจให้เราสู้ต่อไป ส่วนด้านเลวเป็นข้อมูลที่เก็บไว้ในใจ มีอยู่จริงแต่ไม่ได้เล่นเป็นพระเอกเหมือนด้านดี บางคนรู้สึกผิดกับการคิดบวกเพราะว่าดูเหมือนเข้าข้างตัวเองมากเกินไปและละเลยข้อเท็จจริง อย่าลืมว่ามีแค่ตัวเราเท่านั้นที่ให้กำลังใจตัวเราได้ดีที่สุด คนอื่นไม่ได้ช่วย คิดบวก มีกำลังใจมีพลังในการแก้ปัญหา คิดลบ ห่อเหี่ยวใจไร้เรี่ยวแรง ให้เลือกเอาว่าจะคิดแบบไหน

บัตรเอทีเอ็มหาย

เมื่อเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้น เรามักจะเพ่งเล็งไปยังด้านแย่ ๆ ของมันเพราะมันชัดเจน เป็นจริง สมเหตุสมผลหรือเพื่อเป็นการเตือนตัวเองไม่ให้ทำผิดพลาดในอนาคต การคิดลบเป็นกลไกการป้องกันตัวตามธรรมชาติของมนุษย์ ตัวอย่างเช่น ลืมบัตรเอทีเอ็มคาตู้แล้วตู้ก็กลืนบัตรไป แว่บแรกอาจนึกเจ็บใจว่าตัวเองพลาดได้ไง ในหัวก็คิดว่าต้องเสียเงินค่าทำบัตร ต้องเสียเวลาขี่รถตากแดดเข้าไปในตัวเมือง รู้สึกเซ็งไปครึ่งวัน ลองหยุดนิ่งสักครู่ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ทันใดนั้นสมองก็โล่งและเห็นด้านดีของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จำแนกได้เป็นข้อ ๆ ดังนี้

บัตรเอทีเอ็มหาย ปัญหานี้มีทางออก เริ่มจากฝึกใจให้สร้างพลังบวก

ดีแล้วที่มันเกิดขึ้น ครั้งหน้าจะได้มีสติกว่านี้ ครั้งหน้าอาจเป็นบัตรราคาแพง ถ้าทำหายอาจต้องจ่ายเป็น 800 หรือ 1,000 บาท หรือครั้งหน้าหากใจลอยแบบนี้อีกอาจหายทั้งกระเป๋าเลยก็เป็นได้

เกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็ดีจะได้รู้ว่าตัวเรารับความกดดันได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าแค่นี้เรายังเครียดเป็นครึ่งวันแสดงว่ารับได้ไม่ค่อยดี ต้องป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก

เกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็ดีจะได้ฝึกใจเย็น ฝึกคิดเป็นระบบ และฝึกการแก้ปัญหา รู้ลำดับสิ่งที่ต้องทำก่อนและหลัง ไม่ตีโพยตีพายว่าคนอื่นขโมยไป จากเรื่องเล็กอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ต้องผิดใจกับคนอื่นเพราะไปกล่าวหาเขา

ฝึกใจให้คิดบวกเวลาเจอเรื่องร้าย ๆ โดยเฉพาะเวลาของหายด้วยการหยุดนิ่งสักครู่ จากนั้นเรียงลำดับว่าต้องทำสิ่งใดก่อน และหาข้อดีของเหตุการณ์นี้ เขียนออกมาเป็นข้อ ๆ ได้เลยยิ่งดี แล้วเราจะผ่านมันไปได้อย่างสวยงาม ของหายแต่ใจไม่หาย

เพิ่มความสุขให้ชีวิต ด้วยทัศนคติบวก

คิดบวกกับชีวิต

อยากมีความสุขกับชีวิตกันไหมเอ่ย..? หรืออยากจะมีความทุกข์ที่ขื่นขมระทมปวดหัวใจไปตลอดทุกวันกันล่ะ หากเราอยากมีความสุขในการดำรงชีวิตในทุกๆวัน มีความรู้สึกผ่อนคลายสบายอารมณ์ ไม่หงุดหงิดง่าย ไม่เหนื่อย ไม่เบื่อหลายๆสิ่งๆหลายอย่างแบบไม่มีเหตุผล เราควรจะต้องปรับมุมมองความคิดของเราเสียใหม่ ว่าสิ่งอะไรก็ตามที่มันเลวร้ายหรือเข้ามาในชีวิตแล้วเราไม่สามารถหลีกหนีมันไปได้ ในสิ่งเลวร้ายเรานั้นก็ย่อมมีด้านดีอยู่เสมอ

ยกตัวอย่างคือ การเดินออกไปตามที่สาธารณะแล้วโดนแมวจรจัดข่วนมือจนเป็นรอยแผล หากว่าเรามีความคิดที่ขี้หงุดหงิด กระวนกระวายใจ ใจร้อน เราก็จะรู้สึกว่าไอ้แมวตัวนี้มันน่าบีบคอให้ตายยิ่งนัก อยู่ดีๆดันเดินมาข่วนใส่ซะยังงั้น แต่ในทางกลับกัน หากเรามีมุมมองที่ดี มองแมวตัวนั้นว่ามันก็เป็นเพียงแค่สัตว์เดรัจฉาน มันไม่มีความรู้เหมือนเรา มันแค่ทำตามสัญชาตญาณที่มันเป็น แล้วก็ยังโชคดีที่ข่วนที่มือ แต่ไม่ได้ข่วนที่เบ้าตาจนเราต้องตาบอด

มุมมองชีวิต พลิกง่ายนิดเดียว

เห็นไหม.. เพียงแค่เปลี่ยนความคิด ความรู้สึก ในใจของเราจะเบาสบายยิ่งขึ้น สิ่งนี้เราจะเรียกว่า “ทัศนคติบวก” สำหรับการเปลี่ยนมุมมองความคิดในเรื่องของทัศนคติมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิต หากเราเป็นคนที่มีทัศนคติลบ มองอะไรก็ดูแย่ไปหมด มีให้ติให้นินทาคนอื่นไปเสียหมดทุกด้าน รับประกันว่าจะไม่มีใครอยากเข้าหา ไม่มีใครอยากคบด้วย หรือแม้แต่ตัวเราเอง ต่อให้ไม่มีใครคบหาเพราะปากไม่ดี สุดท้ายเราก็จะเป็นทุกข์ของเราเองด้วยแม้แต่อยู่ตัวคนเดียว มันมีสาเหตุมาจากความคิดเชิงลบที่เรามีอยู่ในหัว

สิ่งเดียวที่จะทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้นในชีวิตก็คือ “การเปลี่ยนมุมมองความคิดมาเป็นทัศนคติบวก” มีมุมมองต่อโลกที่ดีขึ้น แต่ก็ต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่ใช่ว่าอยู่ๆมีมิจฉาชีพมาขอเงินแล้วเรารู้ว่าเค้าเป็นมิจฉาชีพ โกหกเป็นเรื่องราวเพื่อมาขอเงิน แต่เราก็ยังจะให้เงินไปด้วยความรู้สึกที่ว่า “ดีจังหนอ… เค้าอุตส่าห์มาโกหกเรา… เราก็ให้ไปเถอะ” แบบนี้ไม่ได้เรียกว่าทัศนคติที่ถูกต้อง เพราะเรากำลังทำลายชีวิตของคนที่เรากำลังให้เงินเขาอยู่ด้วย เนื่องจากจะทำให้เขามีนิสัยเสียจนเคยชิน สิ่งที่ดีกว่าคือการชี้แนะแนวทางให้คนเหล่านั้นได้เลือกเดินเส้นทางอาชีพในการทำมาหากิน และมันจะเป็นวิชาติดตัวเค้าต่อไปในอนาคตด้วย

“ความสุขหาได้ด้วยตัวของเราเอง จากการเปลี่ยนมุมมองความคิด”