ฝึกใจอย่างไรให้มีความสุข เมื่อต้องทำงานกับคนที่ไม่ชอบ

ฝึกใจอย่างไรให้มีความสุข เมื่อต้องทำงานกับคนที่ไม่ชอบ

การทำงานในออฟฟิศเป็นเรื่องปกติที่อาจมีการกระทบกระทั่งกันได้ หากเราไม่สามารถที่จะปรับอารมณ์ ทัศนคติและใช้วิธีการรับมือที่ถูกต้อง ก็จะทำให้พบกับความทุกข์และทำให้เกิดปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง ส่งผลต่อสุขภาพจิตและทำให้การทำงานเป็นทีมบกพร่องในที่สุด

ในบทความนี้ เราจึงได้รวมวิธีการคิดที่ทุกคนสามารถฝึกใจตนเองได้ เพื่อให้ทำงานร่วมกับคนที่ไม่ชอบได้ ดังนี้

1. พบกันคนละครึ่งทาง

หลายคนมักยึดหลักการว่า ต้องแสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมา แต่ในการทำงานร่วมกัน การคิดเช่นนี้อาจมีบางสิ่งที่เพื่อนร่วมงานไม่ชอบ กลายเป็นชนวนให้ขัดแย้งกันบานปลายได้ หากคิดในแง่ใหม่ว่า แต่ละคนควรพบกันคนละครึ่งทาง ยอมปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้การทำงานราบรื่นขึ้น ก็จะเป็นเรื่องที่ดีและทำให้การทำงานร่วมกันราบรื่นกว่า

2. มองโลกด้านบวก

ควรคิดเสียว่าออฟฟิศเป็นสถานการณ์จำลอง ที่มีการรวมคนแต่ละอุปนิสัยเข้าด้วยกัน เมื่อคุณได้ใช้โอกาสนี้เห็นแง่มุมด้านบวกและลบระหว่างกัน แล้วร่วมกันหาวิธีจัดการข้อขัดแย้งอย่างประนีประนอม จะทำให้คุณได้เติบโตทางด้านวุฒิภาวะมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะหากคุณทำงานในออฟฟิศที่มีแต่คนเห็นด้วยกับคุณทุกอย่าง ก็ย่อมไม่มีทางได้เรียนรู้ในส่วนนี้

3. หัดให้อภัยบ่อย ๆ

ไม่มีใครที่ทำถูกไปเสียทุกเรื่อง แม้แต่ตัวคุณเอง ดังนั้น ต้องหมั่นฝึกใจให้ปล่อยวางในความผิดพลาดของคนอื่น และให้อภัยบ่อยมากขึ้น เพื่อทำให้ตัวเองสบายใจ และยังทำให้ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานมีความผ่อนคลายมากขึ้น

4. ให้คำปรึกษาแทนการตำหนิ

ต้องยอมรับว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาเรื่องส่วนตัวที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจ ทำให้มีความเครียดสูงและกระทบต่อการทำงานร่วมกับผู้อื่น หากคุณใจเย็นและมีเวลาพอ ควรเข้าไปพูดคุยเป็นการส่วนตัว ให้คำแนะนำเท่าที่คุณจะทำได้ วิธีนี้จะทำให้คุณรู้ว่า แต่ละคนมีเหตุผลที่ส่งผลต่อการกระทำ ซึ่งเขาอาจไม่ได้ตั้งใจทำให้คุณรู้สึกไม่ชอบใจ

5. มุ่งไปที่ความสำเร็จของงาน

การมองข้ามปัญหาความสัมพันธ์แล้วไปมุ่งเน้นไปที่ความสำเร็จของงานในแต่ละวันแทน เป็นเทคนิคที่ดีในการทำให้คุณมีสมาธิในการทำงานมากขึ้น โดยคุณควรกำหนดแผนงานว่าแต่ละวันต้องทำอะไรบ้าง ไล่ลำดับตั้งแต่งานที่สำคัญและเร่งด่วนมากที่สุด จนถึงกระทั่งงานที่ไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน จะทำให้ลดการกระทบกระทั่งกับเพื่อนร่วมงานและทำให้หน้าที่การงานเติบโตได้เป็นอย่างดีด้วย

เราหวังว่า ทั้ง 5 เทคนิคฝึกใจที่กล่าวมา จะเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้ในทุกสถานการณ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ คือ ความสุขสบายใจและความราบรื่นในการทำงานร่วมกัน และยังทำให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างดีที่สุดต่อไป