ฝึกใจ คิดอย่างไรให้ปล่อยวางเร็ว

ฝึกใจ คิดอย่างไรให้ปล่อยวางเร็ว

ในแต่ละวัน เราประสบปัญหาในการทำงานหรือทะเลาะเบาะแว้งกับคนรอบข้างได้อยู่เสมอ หากปล่อยให้จิตใจเศร้าหมองขุ่นเคืองนานเข้าก็จะกลายเป็นโรคเครียดหรือโรคซึมเศร้าได้ เรามาดูกันว่าจะมีเทคนิคฝึกใจ ปล่อยวางอย่างไรจะให้มีอารมณ์แจ่มใสขึ้น และผ่านช่วงเวลาที่แย่ ๆ ได้เร็วขึ้น

1.ยอมรับว่าเราไม่สามารถควบคุมทุกอย่างได้
ตามหลักพระพุทธศาสนากล่าวว่า การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องที่เป็นธรรมชาติเราไม่สามารถบังคับควบคุมได้ แม้แต่ร่างกายเราเองยังกำหนดให้ตามใจเราไม่ได้ เราก็ไม่สามารถควบคุมการคิดหรือการกระทำของคนอื่นได้เช่นเดียวกัน แต่เราสามารถที่จะดูแลหัวใจตัวเองไม่ให้ถูกทำร้ายด้วยอารมณ์แย่ ๆ ได้ หากเราฝึกใจ ไม่หมกมุ่นกับความคิดต่าง ๆ ก็เท่ากับเราไม่รับพลังด้านลบมาใส่ตัว โอกาสที่จะมีความทุกข์ยาวนานก็จะน้อยลง

2.เข้าใจในความไม่แน่นอน
หลายคนที่ประสบปัญหาความผิดหวังแล้วไม่สามารถรับมือได้จนเกิดโรคเครียดหรือโรคซึมเศร้าตามมา มีวิธีคิดที่ช่วยได้ นั่นคือ ต้องย้อนกลับมามองให้เห็นความจริง ว่าไม่มีอะไรในโลกนี้ที่แน่นอน ตัวอย่างเช่น ลูกค้าอาจตั้งใจที่จะสั่งซื้อสินค้าจากบริษัท แต่เมื่อประสบปัญหาวิกฤตไวรัสโควิดระบาด ก็ทำให้ต้องยกเลิกออเดอร์ไป ทำให้คุณไม่มีรายได้เข้าบริษัท คุณอาจเสียใจและเครียด แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่มีใครสามารถที่จะการันตีความแน่นอนในโลกนี้ได้ สิ่งที่ต้องทำ คือ การฝึกใจ ตั้งสติและแก้ปัญหาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ผ่านช่วงเวลาเลวร้ายได้อย่างรวดเร็ว

3.บันทึกข้อดีและข้อเสียของสิ่งที่ได้พบเจอ
ในแต่ละสถานการณ์ต้องยอมรับว่าคุณจะได้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่างจากมันเสมอ เช่น หากคนรักนอกใจ คุณก็สามารถเห็นข้อดีได้ว่า เมื่อคุณได้เลิกกันไปแล้วจะทำให้คุณได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับคนใหม่ที่ดีกว่า เพราะหากคบกันต่อก็อาจจะมีเรื่องน่าปวดหัวตามมาอีกมากมาย ขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งที่เตือนให้คุณฝึกใจ มีความรอบคอบในการเลือกคนรักมากขึ้น ดูคนที่มีคุณสมบัติดีและเหมาะสมกับคุณมากยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต

4.เอาเวลามาเตรียมรับมือกับอนาคตให้รอบคอบมากขึ้นดีกว่า
อดีตเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ ส่วนปัจจุบันหากมีปัญหาใด ๆ ที่คุณเผชิญอยู่ อีกไม่นานมันก็จะผ่านไป ส่วนเรื่องในอนาคตยังเป็นสิ่งที่มาไม่ถึง ดังนั้นคุณต้องฝึกใจ นำประสบการณ์ในอดีตมาช่วยในการไตร่ตรองและเตรียมตัววางแผนในอนาคตให้ดียิ่งขึ้น เพื่อการแก้ปัญหาได้อย่างมืออาชีพต่อไป ไม่มีประโยชน์ที่จะคร่ำครวญหรือเครียดกับเรื่องที่ผ่านไปแล้ว แต่ต้องเตือนตนเองให้เดินหน้าต่อไปอย่างระมัดระวัง เผื่อแผนสำรองสำหรับอนาคตไว้หลายแบบมากกว่าเดิม

การฝึกใจตนเองให้รับมือกับความไม่แน่นอนของสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ไม่ว่าจากปัญหาเรื่องงาน เงินและคน จะต้องฝึกฝนวิธีคิดที่ดีเป็นประจำ ซึ่งประสบการณ์จะทำให้คุณแข็งแกร่งและฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

เทคนิคฝึกใจง่าย ๆ เพื่อให้คุณได้รู้จักปล่อยวาง

เทคนิคฝึกใจง่าย ๆ เพื่อให้คุณได้รู้จักปล่อยวาง

การฝึกใจเป็นสิ่งทุกคนไม่ควรละเลย โดยเฉพาะคนที่ไม่ปล่อยวาง ซึ่งจะมีอาการกลุ้มใจและเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันและมีความกังวลสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ด้วยเหตุนี้ เราจึงมี 5 เทคนิคฝึกใจง่าย ๆ เพื่อให้คุณได้รู้จักปล่อยวางจะได้มีจิตใจที่เข้มแข็งขึ้น ซึ่งมีอะไรบ้าง มาดูกัน

5 เทคนิคฝึกใจให้ปล่อยวาง

เทคนิคที่ 1 อยู่กับปัจจุบัน

อดีตเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้แล้ว ซึ่งบางคนกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมากเกินไป เพราะฉะนั้น ให้เรียนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในอดีตเพื่อจะได้ไปแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต แสดงให้เห็นว่า ประสบการณ์ในอดีตทำให้ชีวิตก้าวไปสู่สิ่งที่ดีมากขึ้นกว่าเดิมได้ นอกจากนี้ไม่ควรกังวลอนาคตมากเกินไป สามารถหวังผลได้ แต่ถ้าไม่ได้ผลตามที่คาดหวังก็ไม่เป็นไรหรือไม่ต้องไปเสียใจมากเกินไป

เทคนิคที่ 2 เข้าใจความไม่แน่นอนของชีวิต

เทคนิคนี้บ่งบอกให้มีการเข้าใจว่า หลายสิ่งหลายอย่างไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ปลูกผักและได้มีการดูแลอย่างเต็มที่แล้ว อยู่ดี ๆ ฝนตกทำให้เกิดน้ำท่วมในแปลงผักซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้เพราะความไม่แน่นอน แต่ไม่ควรละเลยหากสามารถแก้ไขปัญหาได้ในอนาคต จึงควรฝึกใจว่า ไม่เป็นไร ครั้งต่อไปจะต้องแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแปลงผักด้วยการถมคันดิน ส่วนเรื่องอื่น ๆ ก็ใช้หลักคิดเช่นนี้ได้เหมือนกัน

เทคนิคที่ 3 หยุดคิดในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์

บางคนได้ประสบเหตุการณ์ที่เลวร้ายและกะทันหันโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้มีสิ่งกวนใจตลอด จนไม่สามารถก้าวข้ามความจริงหรือหยุดคิดในสิ่งที่เกิดขึ้นได้ หากเป็นเช่นนี้จะทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เพราะมัวหมกหมุ่นกับความคิดและความรู้สึกด้านลบ จึงควรปล่อยวางเพื่อกำจัดความคิดที่ไม่เป็นประโยชน์ทั้งหมดออกจากใจ ด้วยการนั่งสมาธิให้ใจนิ่งและสงบ แล้วจะพบทางออกในการแก้ปัญหาได้

เทคนิคที่ 4 คิดในสิ่งดี

กรณีหยุดคิดไม่ได้จริง ๆ จากเทคนิคที่ 3 เพราะมีความเสียใจอย่างมาก เราแนะนำให้ปล่อยวางด้วยการให้คิดแต่เรื่องหรือประสบการณ์ดี ๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต และคิดถึงสิ่งดี ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

เทคนิคที่ 5 ลงมือเขียนระบายความรู้สึก

กรณีที่ยังคิดสิ่งดี ๆ ไม่ออกตามเทคนิคที่ 4 แนะนำให้เขียนในสิ่งที่กังวลและเสียใจออกมาเป็นข้อ ๆ เพื่อทำให้ความคิดเป็นระบบหรือก้าวข้ามความคิดที่วนไปวนมามากขึ้น ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้หาทางออกและปล่อยวางในระดับหนึ่งได้

การไม่ปล่อยวาง เกิดจากความคิดไปปรุงแต่ง จากเรื่องเล็ก ๆ ขยายไปจนหนักใจ บางคนจึงเกิดความหงุดหงิดที่ปล่อยวางไม่ได้สักที เพราะฉะนั้นอย่าไปเร่งตัวเอง เพราะบางทีการฝึกใจอาจจะทำไม่ได้ในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงสำรวจตัวเองว่า ระยะเวลาที่ผ่านไปนั้น มีการปล่อยวางได้มากน้อยแค่ไหน แล้วค่อย ๆ ฝึกให้มีจิตใจที่แกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ

เทคนิคฝึกใจให้ปล่อยวาง