ฝึกใจให้สงบด้วยสมาธิ แม้ดูเหมือนง่าย แต่ทำได้ยาก

ฝึกใจให้สงบด้วยสมาธิ แม้ดูเหมือนง่าย แต่ทำได้ยาก

คนในยุคปัจจุบันมักจะประสบปัญหาโรคเครียดและสภาพจิตใจที่ท้อแท้ จนกลายเป็นโรคซึมเศร้ายิ่งอาจมีสิ่งเร้าอื่น ๆ มากระทบทางจิตใจมากขึ้นก็จะทำให้เกิดอาการทางจิตหรือเครียดมากกว่าเดิม หลายคนไม่รู้ตัวว่าตนเองมีปัญหาทางจิตจึงไม่นิยมไปพบจิตแพทย์เพราะเกรงว่าคนรอบข้างจะคิดว่าตนเองเป็นบ้า แท้จริงแล้วการไปพบจิตแพทย์เพื่อรักษาความเครียดและบำบัด ในที่นี้อาจเป็นการระบายความในใจที่มีอยู่ให้จิตแพทย์ได้รับฟังเพื่อที่จะได้แนะนำแนวทางและวิธีการฝึกใจให้สามารถควบคุม ได้เพื่อที่จะได้ดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขโดย การฝึกใจเพื่อลดความเครียดมีวิธีที่นิยมกันมากที่สุดคือการทำสมาธิ

การทำสมาธิมีความสำคัญอย่างไร

การฝึกสมาธิสามารถทำได้ด้วยตนเองง่าย ๆ เพียง อยู่นิ่ง ๆ ปล่อยจิตให้ว่าง ไม่คิดเรื่องราวใด ๆโดยใช้วิธีการกำหนดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ พร้อมกับหลับตาอย่างน้อย 5 นาที ก็สามารถที่จะฝึกทำสมาธิได้แล้ว เพราะประเด็นสำคัญของการฝึกสมาธิอยู่ที่การปล่อยจิตให้ว่าง ไม่คิดถึงสิ่งใด ๆ เพียงเท่านี้ก็สามารถฝึกใจให้สงบและหาหนทางในการแก้ไขปัญหาที่กำลังเผชิญได้

แต่ถ้าหากการฝึกสมาธิในทุก ๆ วันแล้วผลลัพธ์ยังไม่ดีขึ้น ยังมีความเครียดสะสมอยู่ควรพบจิตแพทย์เพื่ออย่างน้อยจะได้ทำการรักษาควบคู่ไปกับการฝึกสมาธิด้วย หากพบแล้วฝึกแล้วเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นก็จะทำให้ความเครียดที่มีลดลงและคายความกังวลที่มีลงไปได้ แม้อารมณ์และสภาพจิตใจของแต่ละคนจะมีความแตกต่างกัน แต่ถ้าทุกคนยอมรับถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและปล่อยวางสิ่งต่าง ๆ พร้อมกับแก้ไขปัญหาไปทีละขั้นตอนก็จะช่วยให้หลุดพ้นจากสิ่งที่เป็นอยู่ได้

สิ่งหนึ่งที่จะทำให้ทุกคนหลุดพ้นจากความเครียดและความกังวลทั้งปวงนั่นคือหลักความเป็นจริงที่ทุกคนจะต้องเผชิญอยู่นั่นคือ การเกิด-แก่-เจ็บและตาย รวมถึงวงจรชีวิตของแต่ละคนอาจจะมีช่วงที่ดีและช่วงที่ไม่ดีแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้น หากคุณสามารถฝึกจิต ฝึกใจให้มีสติมีความคิดที่แน่วแน่ก็จะสามารถเผชิญกับปัญหาและแก้ไขได้แม้ในบางครั้งจะไม่สามารถแก้ไขได้ทั้งหมดแต่อย่างน้อยการที่คุณฝึกจิตใจให้มีสติก็จะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้

จะเห็นว่าในยุคปัจจุบันมีหลายคนประสบปัญหาเกี่ยวกับความเครียดทั้งหน้าที่การงานปัญหาส่วนตัวและปัญหาครอบครัว ที่มักจะใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา นั่นเพราะคนเหล่านั้นขาดสติยั้งคิดและไม่สามารถควบคุมจิตใจของตนเองได้ ดังจะเห็นได้จากข่าวการทะเลาะวิวาทด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง จนถึงขนาดต้องฆ่าฟันกันหรือการเป็นโรคซึมเศร้าแต่ไม่ยอมรับความจริงว่าตนเองป่วยจนนำมาซึ่งความโศกเศร้าในหลาย ๆ กรณี ดังนั้นหากทุกคนยังพอมีสติ ควรหมั่นฝึกฝนการทำสมาธิโดย อย่างน้อยวันละ 1 ครั้งกำหนดจิตใจของตัวเองให้มีความสงบ และพร้อมรับมือกับปัญหาทุกอย่างได้

4 วิธี ฝึกใจให้สงบ ลดอารมณ์หัวร้อนชะงัด

4 วิธี ฝึกใจให้สงบ ลดอารมณ์หัวร้อนชะงัด

การฝึกใจให้สงบจะเหมาะสำหรับคนยุคนี้เป็นอย่างมาก เพราะคนยุคใหม่มักจะใช้ชีวิตอยู่บนความตึงเครียดค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงานและการใช้ชีวิต ดังนั้น สิ่งที่คุณควรทำมากที่สุด คือ การฝึกฝนจิตใจของคุณให้มีความคงที่ มีความสงบ และมีสติอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันปัญหาหัวร้อนที่อาจจะนำพาไปสู่เหตุการณ์ไม่ดีต่าง ๆ ดังนั้นจึงขอแนะนำ 4 วิธีเพื่อฝึกจิตใจให้สงบและช่วยลดอารมณ์ร้อนได้ดี ดังนี้

1.หายใจลึก ๆ
เริ่มต้นฝึกใจ วิธีแรกจากการฝึกหายใจลึก ๆ โดยให้คุณนั่งหลับตาคล้ายการนั่งสมาธิแล้วปล่อยสมองให้โล่ง พร้อมหายใจเข้าและหายใจออกลึก ๆ ไปเรื่อย ๆ ซึ่งวิธีนี้ควรฝึกตั้งแต่ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจทำให้คุณรู้สึกอารมณ์ไม่ดี เพื่อทำให้คุณรู้สึกเคยชินได้เร็วที่สุด เมื่อเกิดปัญหาแล้วให้หายใจเข้า-ออกลึก ๆ ในลักษณะนี้ทันที จะช่วยทำให้คุณใจเย็นลงได้ง่ายและเร็วที่สุด ทั้งยังทำให้มีสติพอที่จะคิดหาเหตุผลมาดับอารมณ์โกรธได้ดีอีกด้วย

2.หยุดทำทุกกิจกรรมสักครู่
เมื่อคุณรู้สึกหัวร้อนและอารมณ์ไม่ดีอย่างรุนแรง ให้หยุดทำทุกกิจกรรม โดยเฉพาะการหยุดเล่นโซเชียล เพื่อป้องกันไม่ให้คุณโพสต์หรือคอมเม้นท์ผู้อื่นในแนวทางที่ไม่ดีและอาจนำความเดือดร้อนมาให้คุณได้ ดังนั้นเมื่อคุณเริ่มอารมณ์ไม่ดีอย่างรุนแรง ให้ออกจากทุกกิจกรรมที่คุณทำอยู่ แล้วไปอยู่ในมุมสงบหรือจุดที่เงียบที่สุด จากนั้นให้หายใจเข้า-ออกลึก ๆ จะช่วยทำให้คุณลดอาการหัวร้อนและมีสติมากขึ้น

3.มองให้เป็นอากาศ
สำหรับผู้ที่รู้สึกหัวร้อนง่ายเพราะคนรอบข้างที่มักพูดไม่ดีหรือทำไม่ดี ถ้าต้องการระงับอารมณ์ให้ได้มากที่สุด คุณควรมองคนเหล่านั้นให้เป็นอากาศ เหมือนไม่มีตัวตน ไม่ต้องสนใจใด ๆ เมื่อเขาเห็นคุณไม่สนใจก็อาจจะหยุดไปเอง แต่ถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้นและแย่ลง ให้คุณรีบออกมาจากบรรยากาศนั้น ๆ อย่าอยู่ใกล้หรือคบหาสมาคมกับคนที่ไม่ดีอีกต่อไป

4.ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายจะเป็นตัวช่วยที่ทำให้คุณสามารถลดความตึงเครียดได้ดีด้วยเช่นกัน เพราะการได้เล่นกีฬาหรือการออกกำลังกายในแบบของคุณ จำเป็นจะต้องใช้สมาธิพอสมควรและการที่ได้ออกกำลังจนเหงื่อออกท่วมตัว ก็จะยิ่งช่วยทำให้คุณรู้สึกสบายใจมากขึ้น

การฝึกใจให้อารมณ์เย็นลงและลดความรู้สึกโกรธ โมโห และหัวร้อน จะช่วยทำให้คุณใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ง่ายและมีความสุขมากยิ่งขึ้น พร้อมทำให้คุณกลายเป็นคนที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่นและเข้าใจความคิดของคนอื่นมากขึ้นด้วยเช่นกัน