เทคนิคฝึกใจ ไม่ให้โกรธ ทำได้ง่ายๆด้วยไม่กี่วิธี

วิธีไหนบ้างที่จะช่วยฝึกให้ระงับความโกรธ

แต่ละคนมีระดับการแสดงออกทางอารมณ์ที่แตกต่างกันไป หากใครที่มีอารมณ์ดีอยู่บ่อย ๆ ก็มักจะทำให้คนรอบข้างมีความสุขไปด้วย แต่ถ้าใครที่แสดงอารมณ์โกรธเป็นประจำแล้วล่ะก็ ต้องหาทางควบคุมตัวเองโดยเร็ว เพราะอารมณ์โกรธไม่เพียงส่งผลเสียทั้งทางร่างกายและจิตใจของตนเองเท่านั้น ยังทำให้คนอื่น ๆ เครียดตามไปด้วย ทำอย่างไรถึงจะช่วยฝึกให้ระงับอารมณ์โกรธนี้ได้

วิธีไหนบ้างที่จะช่วยฝึกให้ระงับความโกรธ

1. ฝึกการปล่อยวาง

บางคนคาดหวังกับบางสิ่งบางอย่างแล้วไม่เป็นไปตามที่หวัง ก็จะรู้สึกผิดหวังจนทำให้กลายเป็นความโกรธขึ้นมาได้ ซึ่งสาเหตุก็มีทั้งจากตัวเราเองและคนอื่น หากเรารู้จักการปล่อยวาง คิดเสียว่าเราไม่สามารถจัดการทุกสิ่งให้เป็นไปตามที่เราต้องการได้ ก็จะช่วยเปลี่ยนความโกรธเป็นการเข้าใจธรรมชาติของโลกได้มากขึ้น และจะมีสติพร้อมจัดการกับทุกปัญหาที่จะเข้ามาในอนาคตได้

2. ฝึกใจให้รู้จักการให้อภัย

เมื่อมีใครมาทำให้เราไม่พอใจ แน่นอนว่าย่อมมีความโกรธตามมา ซึ่งถ้าเราได้ฝึกการให้อภัยอยู่เสมอ ก็จะช่วยให้ระดับความโกรธที่จะแสดงออกมาลดลงได้ การให้อภัยเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกสังคมต้องการ และบางทีการที่เราให้อภัยคนที่ทำผิดไป อาจเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น ๆ สร้างสังคมแห่งการให้อภัยต่อ ๆ ไปด้วย

3. คิดถึงสาเหตุของความโกรธ

เวลาที่รู้สึกโกรธบางคนจะต้องระบายไปในทันที ซึ่งอาจก็ส่งผลเสียร้ายแรงตามมาได้ เพราะอารมณ์โกรธจะทำให้ขาดสติไปได้ชั่วขณะ การคิดถึงสาเหตุที่เราโกรธนั้นจะเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยลดระดับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้ และหากเราได้ใช้สติไตร่ตรองให้ดี ก็จะรู้ได้ว่าบางเรื่องนั้นไม่คุ้มค่าต่อเวลาและความรู้สึกที่ต้องเสียไปเลย

4. ใช้ความนิ่งจัดการความโกรธ

หลาย ๆ ครั้งเวลาที่เรามีความเห็นไม่ตรงกับคนอื่น และเราใช้อารมณ์ที่เต็มไปด้วยความโกรธในการจัดการปัญหานั้น จะมีบทสรุปที่ไม่น่าพอใจเลยไม่ว่าฝ่ายใดก็ตาม อย่างน้อยก็ต้องแลกมาด้วยความรู้สึกของแต่ละฝ่ายที่เสียไป การใช้ความนิ่ง นอกจากจะลดปัญหาเรื่องความรู้สึกแล้ว ยังทำให้แต่ละฝ่ายได้ใช้เหตุผลคุยกัน และสามารถจัดการปัญหาได้อย่างง่ายดายด้วย หากเราต้องอยู่ท่ามกลางพายุแห่งความโกรธเมื่อใด ลองสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วตั้งสติ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้เราใจเย็นลงพร้อมต่อสู้กับทุกสถานการณ์ได้แล้ว

ความโกรธเกิดขึ้นได้กับทุกคน อยู่ที่แต่ละคนจะรับมือกับมันอย่างไร ผู้ที่จัดการอารมณ์ได้ดีย่อมส่งผลถึงสุขภาพจิตที่ดีตามมา และจะทำให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้นด้วย เพราะไม่ต้องเสียพลังงานกับการแสดงอารมณ์โกรธที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป

เทคนิคฝึกใจ ไม่ให้โกรธ ทำได้ง่ายๆด้วยไม่กี่วิธี

ฝึกใจไม่ให้โกรธ รู้ทันอารมณ์ ทำอย่างไร

อารมณ์โกรธเหมือนของบูด

คนอารมณ์ร้อนมักจะโกรธอยู่เสมอ ใจเป็นทุกข์เหมือนไฟสุมให้รุ่มร้อนและมีอารมณ์เก็บกด เมื่อถูกสะกิดเข้าก็ระเบิดออกมาง่าย ใคร ๆ ต่างเอือมระอากันหมด อยากรู้ว่ามีวิธีฝึกใจไม่ให้โกรธโดยไม่มีอารมณ์เก็บกดได้หรือไม่ ควรทำอย่างไร เรื่องนี้มีคำตอบ

เป็นธรรมดาของปุถุชนเมื่อมีคนมาด่าว่าหรือขัดอกขัดใจ ย่อมเกิดความรู้สึกโกรธแว่บแรก แต่เราต้องตั้งสติให้ดี พยายามเข้าใจความโกรธจริง ๆ ว่าเกิดจากอะไร ถ้าเกิดจากคำพูดที่มากระทบหูเท่านั้น ไม่ได้สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจหรือก่อปัญหาแต่อย่างใด เราไม่ได้เจ็บกายอะไรเหมือนกับถูกขว้างด้วยหินด้วยมีด จะทำให้ผ่านความรู้สึกโกรธไปได้ ควรรู้เท่าทันอารมณ์ว่าโกรธแล้วก็หยุดได้ เพราะถ้าฟังแล้วเจ็บใจ ให้รู้ว่าเจ็บนานแค่ไหนความโกรธจึงบรรเทาลงซึ่งสร้างเกาะหรือภูมิคุ้มกันทางอารมณ์ไม่ให้เผาใจหรือระบายออกไปในทางผิด ๆ คราวหน้าได้ยินอีกก็จะไม่โกรธแล้วหรือความโกรธลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่ได้ยินแล้วโมโหโกรธาอยู่ร่ำไป ถือว่าฝึกใจไม่ได้ผล

อารมณ์โกรธเหมือนของบูด

อารมณ์โกรธเป็นเหมือนของบูดเน่า ส่งกลิ่นเหม็นและไม่น่ามอง จะเห็นว่ายามโมโหใบหน้าบึ้งตึง ปากบิดเบี้ยว ตาโตเขม็งขึ้งโกรธเหมือนคนบ้า ไม่น่ามองสักนิด ใครก็เห็นว่าไม่สวย ไม่น่าเข้าใกล้ แม้แต่คนสวย ๆ เวลาบทจะโกรธขึ้นมา ขาดสติพูดจาหยาบกระด้าง มนต์เสน่ห์เสื่อมคลายหายหมด ท่าทางก้าวร้าวที่มาพร้อมกับความโกรธ เสียงตะโกนและทำกิริยาน่าเกลียดจนถึงขั้นใช้กำลังก็ไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาได้ ในทางกลับกันหากสงบใจ ข่มอารมณ์ให้ไม่ระเบิดเปรี้ยงปร้าง แล้วพยายามบังคับตัวเองให้เอาใจออกห่างจากเหตุการณ์นั้น เมื่อเวลาผ่านไป ลองย้อนกลับไปทบทวนใหม่ว่าสาเหตุของความโกรธยังคงเป็นเรื่องใหญ่สลักสำคัญเช่นเดียวกับเมื่อตอนโมโหครั้งแรกหรือไม่ ถ้าไม่โกรธเท่าเดิม ควรให้อภัยคู่กรณี แต่ถ้าหากสิ่งที่เขาทำดูเหมือนจะยกโทษให้ไม่ได้ คงต้องใช้กลยุทธ์อื่นแก้ปัญหาตามความเหมาะสมต่อไป

การให้อภัยเป็นประโยชน์ต่อผู้ให้อภัยอย่างไร ถ้าคุณได้ยินใครบางคนพูดว่า “ฉันยกโทษให้ แต่ไม่เคยลืม” อย่าเชื่อคำพูดนั้น เพราะถ้าเราให้อภัยใครสักคนแล้ว จะลืมรายละเอียดว่าใครคนนั้นทำอะไรไว้กับเรา ทั้งสองคนจับมือและเลิกแล้วต่อกัน เมื่อเวลาผ่านไปถ้ามีเหตุการณ์เดิมเกิดซ้ำอีก เติมเชื้อไฟให้ลุกขึ้นอีกครั้ง นั่นแสดงว่าคุณยังคงโกรธและไม่เคยอภัยให้จริง ๆ

หากเรารู้สึกโกรธ วิธีบำบัดที่ใช้ได้ผลเร็วคือการกำหนดลมหายใจเข้าและออก หายใจลึกนับ 1-5 แล้วหายใจออก ทำให้สมาธิจดจ่ออยู่กับลมหายใจและการนับจึงเบี่ยงเบนความสนใจไปจากเรื่องที่เป็นสาเหตุของความโกรธ ใจเย็นลงได้เท่ากับฝึกชนะใจตนเองได้ในระดับหนึ่งแล้ว คนใจเย็นใคร ๆ ก็มองว่าเป็นคนฉลาด มีเหตุผล กลายเป็นผลบวกทำให้ใคร ๆ ก็รักเอ็นดูมากขึ้นอีก

ฝึกใจไม่ให้โกรธ รู้ทันอารมณ์ ทำอย่างไร