ฝึกใจไม่ให้โกรธ รู้ทันอารมณ์ ทำอย่างไร

อารมณ์โกรธเหมือนของบูด

คนอารมณ์ร้อนมักจะโกรธอยู่เสมอ ใจเป็นทุกข์เหมือนไฟสุมให้รุ่มร้อนและมีอารมณ์เก็บกด เมื่อถูกสะกิดเข้าก็ระเบิดออกมาง่าย ใคร ๆ ต่างเอือมระอากันหมด อยากรู้ว่ามีวิธีฝึกใจไม่ให้โกรธโดยไม่มีอารมณ์เก็บกดได้หรือไม่ ควรทำอย่างไร เรื่องนี้มีคำตอบ

เป็นธรรมดาของปุถุชนเมื่อมีคนมาด่าว่าหรือขัดอกขัดใจ ย่อมเกิดความรู้สึกโกรธแว่บแรก แต่เราต้องตั้งสติให้ดี พยายามเข้าใจความโกรธจริง ๆ ว่าเกิดจากอะไร ถ้าเกิดจากคำพูดที่มากระทบหูเท่านั้น ไม่ได้สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจหรือก่อปัญหาแต่อย่างใด เราไม่ได้เจ็บกายอะไรเหมือนกับถูกขว้างด้วยหินด้วยมีด จะทำให้ผ่านความรู้สึกโกรธไปได้ ควรรู้เท่าทันอารมณ์ว่าโกรธแล้วก็หยุดได้ เพราะถ้าฟังแล้วเจ็บใจ ให้รู้ว่าเจ็บนานแค่ไหนความโกรธจึงบรรเทาลงซึ่งสร้างเกาะหรือภูมิคุ้มกันทางอารมณ์ไม่ให้เผาใจหรือระบายออกไปในทางผิด ๆ คราวหน้าได้ยินอีกก็จะไม่โกรธแล้วหรือความโกรธลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่ได้ยินแล้วโมโหโกรธาอยู่ร่ำไป ถือว่าฝึกใจไม่ได้ผล

อารมณ์โกรธเหมือนของบูด

อารมณ์โกรธเป็นเหมือนของบูดเน่า ส่งกลิ่นเหม็นและไม่น่ามอง จะเห็นว่ายามโมโหใบหน้าบึ้งตึง ปากบิดเบี้ยว ตาโตเขม็งขึ้งโกรธเหมือนคนบ้า ไม่น่ามองสักนิด ใครก็เห็นว่าไม่สวย ไม่น่าเข้าใกล้ แม้แต่คนสวย ๆ เวลาบทจะโกรธขึ้นมา ขาดสติพูดจาหยาบกระด้าง มนต์เสน่ห์เสื่อมคลายหายหมด ท่าทางก้าวร้าวที่มาพร้อมกับความโกรธ เสียงตะโกนและทำกิริยาน่าเกลียดจนถึงขั้นใช้กำลังก็ไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาได้ ในทางกลับกันหากสงบใจ ข่มอารมณ์ให้ไม่ระเบิดเปรี้ยงปร้าง แล้วพยายามบังคับตัวเองให้เอาใจออกห่างจากเหตุการณ์นั้น เมื่อเวลาผ่านไป ลองย้อนกลับไปทบทวนใหม่ว่าสาเหตุของความโกรธยังคงเป็นเรื่องใหญ่สลักสำคัญเช่นเดียวกับเมื่อตอนโมโหครั้งแรกหรือไม่ ถ้าไม่โกรธเท่าเดิม ควรให้อภัยคู่กรณี แต่ถ้าหากสิ่งที่เขาทำดูเหมือนจะยกโทษให้ไม่ได้ คงต้องใช้กลยุทธ์อื่นแก้ปัญหาตามความเหมาะสมต่อไป

การให้อภัยเป็นประโยชน์ต่อผู้ให้อภัยอย่างไร ถ้าคุณได้ยินใครบางคนพูดว่า “ฉันยกโทษให้ แต่ไม่เคยลืม” อย่าเชื่อคำพูดนั้น เพราะถ้าเราให้อภัยใครสักคนแล้ว จะลืมรายละเอียดว่าใครคนนั้นทำอะไรไว้กับเรา ทั้งสองคนจับมือและเลิกแล้วต่อกัน เมื่อเวลาผ่านไปถ้ามีเหตุการณ์เดิมเกิดซ้ำอีก เติมเชื้อไฟให้ลุกขึ้นอีกครั้ง นั่นแสดงว่าคุณยังคงโกรธและไม่เคยอภัยให้จริง ๆ

หากเรารู้สึกโกรธ วิธีบำบัดที่ใช้ได้ผลเร็วคือการกำหนดลมหายใจเข้าและออก หายใจลึกนับ 1-5 แล้วหายใจออก ทำให้สมาธิจดจ่ออยู่กับลมหายใจและการนับจึงเบี่ยงเบนความสนใจไปจากเรื่องที่เป็นสาเหตุของความโกรธ ใจเย็นลงได้เท่ากับฝึกชนะใจตนเองได้ในระดับหนึ่งแล้ว คนใจเย็นใคร ๆ ก็มองว่าเป็นคนฉลาด มีเหตุผล กลายเป็นผลบวกทำให้ใคร ๆ ก็รักเอ็นดูมากขึ้นอีก

ฝึกใจไม่ให้โกรธ รู้ทันอารมณ์ ทำอย่างไร