5 วิธีฝึกจิตใจให้เข้มแข็งง่าย ๆ ใครก็ทำได้

5 วิธีฝึกจิตใจให้เข้มแข็งง่าย ๆ ใครก็ทำได้

เคยไหม..ที่ชีวิตคุณต้องพบเจอกับปัญหาอุปสรรคมากมายที่ทำให้จิตใจท้อแท้ห่อเหี่ยวจะหันหน้าไปพึ่งพาอาศัยใครก็ไม่ได้ หากคุณเคยพบเจอกับสถานการณ์แย่ ๆ ในชีวิตเช่นนี้ขอให้คุณรับรู้เอาไว้ว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นกับคุณคนเดียว เพราะทุกคนต่างก็เคยเจอเรื่องร้าย ๆ มาแล้วด้วยกันทั้งนั้น

วันนี้เราลองมาเรียนรู้วิธีการฝึกจิตใจให้มั่นคง แข็งแรงได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีการที่หลายท่านได้ฝึกฝนจนสามารถเอาชนะปัญหาอุปสรรคในชีวิตมาได้

  1. เมื่อเจอปัญหา อย่าอยู่คนเดียว

คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย สามคนสบาย

หากเป็นไปได้ให้พยายามออกไปพบปะผู้คนโดยเฉพาะคนที่คุณไว้วางใจมากที่สุด คนที่คุณสามารถพูดคุยกับเขาได้ทุกเรื่อง เช่น พ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนสนิทมิตรสหาย หรือครูบาอาจารย์ก็ได้ เพราะเขาเหล่านี้อาจให้ข้อคิดหรือมุมมองที่ดี โดยที่คุณอาจคาดไม่ถึงก็เป็นได้

  1. เขียนระบายความในใจ

การเขียนถือว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดการทำสมาธิชั้นดี ไม่เชื่อลองทำดู

ในยุคสมัยที่เราอาจต้องเว้นระยะห่างทางสังคมบางทีการออกไปพบปะผู้คนอาจเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย แต่สิ่งที่เราทำได้ง่ายนั่นก็คือการเขียน

การเขียนนอกจากจะเป็นการระบายความในใจออกมาเป็นตัวหนังสือนอกจากทำให้สบายใจแล้วยังเป็นการฝึกสมาธิได้ดีด้วย ไม่แน่ว่า..เรื่องราวที่เขียนอาจนำไปต่อยอดเป็นงานเขียนประเภทอื่น ๆ ทำเงินให้คุณในอนาคตด้วยก็ได้

  1. ดูหนังตลก

หัวเราะ 1 ครั้งอายุยืน 1 วัน หัวเราะทุกวันสร้างภูมิคุ้มกันโรค

บางท่านบอกไม่มีอารมณ์ที่จะเขียน ถ้าเช่นนั้นเราขอแนะนำอีกหนึ่งวิธี นั่นก็คือการดูหนังตลก เพราะหนังตลกนอกจากจะทำให้เราอารมณ์ดีแล้วยังเป็นการฝึกให้เราเป็นคนคิดบวกได้อีกด้วย

  1. เล่นดนตรี

ชีวิตที่เจอแต่ปัญหาลองเขียนมันออกมาเป็นบทเพลง

เพลงอมตะไพเราะหลาย ๆ บทมักจะเขียนออกมาจากชีวิตจริงของใครสักคนไม่แน่นะครับว่าเพลงที่กำลังไต่ยอดวิวหลักล้านอยู่ในขณะนี้อาจเป็นเพลงของคุณก็ได้

  1. ออกกำลังกาย

ออกกำลังกายวันละนิดจิตแจ่มใส

การได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ร่างกายสดใสแข็งแรง สมองปลอดโปร่งโล่งสบาย ปัญหาหนัก ๆ หลายเรื่องที่คิดไม่ตก บางทีก็ต้องยอมปล่อยมันไป หันมาสนใจเฉพาะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าดีกว่า สติมาเดี๋ยวปัญญาก็เกิด

การใช้ชีวิตในปัจจุบันแม้มันไม่ง่ายแต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป ถ้าหากเราใส่ใจที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ อดีตที่ผ่านไปก็เหมือนสายน้ำมันไม่อาจไหลย้อนคืนมา ชีวิตคนเราก็เหมือนกันเราไม่สามารถย้อนคืนวันกลับมาแก้ไขอดีต แต่เราสามารถทำปัจจุบันให้ดีขึ้นได้

ทำยังไงถึงจะลดความอยากใช้เงิน

ทำยังไงถึงจะลดความอยากใช้เงิน

ปัญหาของคนยุคทุนนิยมในปัจจุบันที่สำคัญ คือ การใช้เงินเกินตัว หรือที่เรียกว่าใช้อย่างฟุ่มเฟือย จนเกินรายได้ที่มีอยู่ และไม่วางแผนเผื่ออนาคต จุดตรงนี้เป็นปัญหาที่ทำให้เกิดโค้ชทางการเงินเป็นจำนวนมากมาแนะนำให้คนที่ตั้งใจปรับพฤติกรรม ฝึกตัวเองให้เก็บออมเงินได้มากขึ้น เลิกใช้เงินฟุ่มเฟือย ด้วยวิธีการดังนี้

1.ทำบัญชีรายรับรายจ่าย
พื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการเก็บออมได้มากขึ้น และควบคุมการใช้เงินของตัวเอง คือการทำบัญชีรายรับรายจ่าย ควรทำใน Excel หรือเป็นสมุดที่มีตารางเพื่อความสะดวกในการบวกลบคูณหารเลข จดบัญชีรายรับจากเงินเดือน รายได้เสริม งาน OT ต่าง ๆ ทางฝั่งรายได้ ส่วนรายจ่ายต้องบันทึกทุกอย่าง ไม่ว่าค่ารถโดยสาร ค่าน้ำมัน ค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้า รวมตัวเลขดูว่าในแต่ละเดือน คุณมีงบที่สมดุลหรือได้ผลลัพธ์ทางบวกหรือลบอย่างไร จะทำให้คุณตระหนักว่าจุดใดควรแก้ไข ทำบ่อย ๆ จะแก้ไขพฤติกรรมการใช้เงินที่มากเกินไปได้

2.คำนึงถึงหนี้สินที่มีอยู่
บางคนมีหนี้บัตรเครดิตจำนวน 3 ถึง 5 ใบตั้งแต่วัยเริ่มทำงานเพียงไม่กี่ปี จากการซื้อเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า โน๊ตบุ๊ก มือถือ และของที่มีการโฆษณารุ่นใหม่ ๆ ที่ออกมาตลอดปี ทั้งนี้ในปัจจุบัน มีการเปิดโอกาสให้สมัครใช้บัตรเครดิตได้จากฐานรายได้เพียงแค่ 15,000 บาท ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสเป็นหนี้และใช้เงินเกินตัว หากคุณเป็นคนหนึ่งที่จ่ายยอดขั้นต่ำสุดมาตลอด มียอดจ่ายบัตรเครดิตเดือนละหลายหมื่น ทั้งที่เงินเดือนหมื่นกว่าบาท จนเกิดการทบต้นและดอกเบี้ยมากขึ้นเรื่อย ๆ คุณจำเป็นต้องหยุดการใช้บัตรเครดิต แล้วคำนวณอย่างละเอียดถึงหนี้สินที่มีอยู่ และตั้งใจว่าต้องหยุดการใช้เงินที่ฟุ่มเฟือยทั้งหมดและต้องรีบเคลียร์หนี้สินให้หมดโดยเร็วที่สุด

3.คิดถึงอนาคต
การมีเป้าหมายเป็นเรื่องสำคัญในการควบคุมการใช้จ่ายเงิน หากคุณไม่มีทิศทางว่าจะนำเงินที่มีอยู่ไปทำอะไร เมื่อมีรายได้เข้ามาไม่ว่าหลักพันหรือหลักแสนบาท ก็สามารถใช้หมดได้ในพริบตา ทางที่ดีคุณควรเอากระดาษมาจดบันทึก มีเป้าหมายในชีวิตในช่วงระยะ 1 ปี 5 ปี 10 ปี และตอนเกษียณเป็นเช่นไร ต้องใช้เงินเท่าไหร่จึงจะทำให้ถึงเป้าหมาย เมื่อมีแรงบันดาลใจที่ชัดเจน คุณก็จะลดการใช้เงินฟุ่มเฟือยได้ โดยหันไปเก็บออมโดยการซื้อพันธบัตร หรือกองทุน ที่มีสภาพคล่องน้อยกว่าการถือเงินสดในมือ

การจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตัวเองในเรื่องการใช้จ่าย ไม่สามารถสำเร็จแค่การคิดหรือวางแผน แต่ต้องเกิดจากการวิเคราะห์ตัวเองและเห็นตัวเลขค่าใช้จ่ายจริง เพื่อให้เกิดการตระหนักถึงปัญหาการใช้เงิน และมีเป้าหมายใหม่ในการควบคุมตัวเองต่อไป

5 เทคนิค ช่วยฝึกใจให้เข้มแข็งเมื่อต้องเผชิญสภาวะกดดัน

5 เทคนิค ช่วยฝึกใจให้เข้มแข็งเมื่อต้องเผชิญสภาวะกดดัน

บ่อยครั้งที่อุปสรรคถาโถมเข้ามา จนทำให้จิตใจหดหู่ ท้อแท้และสิ้นหวัง จนกระทั่งหลายคนที่ขาดสติในการวิเคราะห์หาสาเหตุและทางออกของปัญหา ซึ่งเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบในแง่ลบกลับมีอิทธิพลอยู่เหนือเหตุผลดี ๆ จนทำให้บางรายตัดสินใจคิดสั้นเพื่อหนีปัญหา ในทางตรงกันข้าม คงจะดีไม่น้อยหากเราสามารถฝึกใจให้เข้มแข็ง พร้อมเผชิญหน้ากับสภาวะกดดันต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นวันนี้เราจึงมาแนะนำ 5 เทคนิคช่วยฝึกใจให้เข้มแข็งเมื่อต้องเผชิญกับสภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมที่คอยกดดัน 5 เทคนิคที่ว่านี้ จะทำให้จิตใจของคุณแข็งแกร่งขึ้นสามารถเผชิญ สถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างดี

เทคนิคที่ 1 สูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อตั้งสติหรือไม่ก็ดึงสติกลับมาอยู่ที่ตัวเองก่อน แล้วค่อยมองไปยังปัญหา เพื่อหาสาเหตุ จากนั้นค่อยคิดถึงวิธีแก้ไขปัญหา เพราะการทำสมาธิถือเป็นการฝึกจิตให้เข้มแข็งและมีพลัง โดย เริ่มจากนั่งพิงพนักเก้าอี้หลับตาพักให้สบาย หายใจเข้าช้า ๆ กลั้นหายใจนับถึง 1-10 แล้วผ่อนลมหายใจออก เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้จิตใจมีสมาธิ ผ่อนคลายและสงบนิ่งมากขึ้น ผลที่ได้รับนอกจากพลังใจแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟินออกมาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยและการอักเสบต่าง ๆ ได้อีกด้วย

เทคนิคที่ 2 นึกถึงพระคุณของพ่อและแม่ ที่มีความรัก ความเสียสละเพื่อลูก เอาท่านเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ แล้วลองเข้าไปกราบท่านขอคำแนะนำหรือ กำลังใจดี ๆ นำกลับมาเติมพลังใจในการต่อสู้กับอุปสรรคและความกดดันในการทำงานและการดำเนินชีวิตได้อีกยาวไกล

เทคนิคที่ 3 ให้กำลังใจ พร้อมทั้งให้อภัยในข้อผิดพลาดของตัวเอง ยอมรับและแก้ไข แต่จะแก้ได้มากหรือน้อยอย่างไร ก็ขอให้ภูมิใจว่าเรามีดีที่ไม่ได้หนีปัญหาไปไหน ความเข้มแข็งตรงจุดนี้จะสร้างคุณค่าและความภาคภูมิใจให้กับตนเองค่ะ

เทคนิคที่ 4 มองโลกในแง่ดี โดยเริ่มจากการปรับ Mind Set หรือทัศนคติของเราให้เป็นเชิงบวก เช่น เมื่อเจออุปสรรคหรือความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้น ขอให้ใช้รอยยิ้มและความเข้าใจ รับฟังแล้วค่อยพูดค่อยจาปรับความเข้าใจกัน ก็จะช่วยคลี่คลายปัญหาลงได้เป็นอันดับแรก จากนั้นค่อยหาวิธีแก้ไขเพื่อให้เกิดความพึงพอใจทั้งสองฝ่าย

เทคนิคที่ 5 หมั่นดูแลสุขภาพและรักตนเองให้มากขึ้น จริงอยู่ที่ว่าการเป็นคนดีอาจต้องเสียสละเพื่อให้คนที่เรารักมีความสุข แต่อาจไม่เสมอไป บางครั้งเราก็ต้องหันกลับมากอดตัวเองให้เป็น ในเสี้ยววินาทีที่เผชิญหน้ากับความทุกข์ เชื่อเถอะว่าไม่มีใครรู้ทางออกดีไปกว่าตัวเราเองหรอกค่ะ เช่น หากเราน้ำหนักขึ้นแล้วโดนเพื่อนบูลลี่ เพื่อที่จะขัดขาเก้าอี้เราไม่ให้ไปต่อในตำแหน่งที่บุคลิกภาพต้องมาก่อน ก็อย่าเสียขวัญ ลองเปิดเพจลดน้ำหนักด้วยตัวเองอย่างได้ผล แล้วลองทำดู พิสูจน์ให้รู้กันไปว่า ชนะใครก็ไม่เจ๋งเท่าชนะใจตนเอง แต่ถ้าหากมั่นใจในรูปร่างตัวเองอยู่แล้ว ก็พิสูจน์วัดกันด้วยผลงานค่ะ

เห็นไหมคะว่า 5 เทคนิคเหล่านี้จะช่วยฝึกใจให้เข้มแข็งและแสดงพลังเกินความคาดหมายออกมาจากข้างใน เมื่อเราต้องเผชิญกับสภาวะกดดันต่าง ๆ ก็จะมีสติและใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงได้

วิธี ฝึกใจ เอาชนะความกังวลและความกลัวล้มเหลว

เอาชนะความกังวลด้วยวิธีง่ายๆ

เมื่อคนเราต้องการความก้าวหน้าหรือคาดหวังความสำเร็จบางอย่าง ความกังวลและความกลัวเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางเส้นทางไปสู่เป้าหมาย อาจรั้งคุณไว้ไม่สามารถพัฒนาตัวเองให้ไปถึงศักยภาพสูงสุดอีกด้วย แต่เราทุกคนอาจ ฝึกใจ ให้เอาชนะความรู้สึกในด้านลบได้ เห็นได้ชัดว่าความกลัวของเรานั้นมักจะเกิดจากความไม่พร้อมและกังวลกับอนาคตว่าจะไม่เป็นไปตามต้องการ ถ้าอยากมีโอกาสลิ้มลองรสชาติแห่งความสำเร็จจะต้องพยายามเติมเต็มสิ่งที่ขาดเพื่อสร้างความมั่นใจในตัวเอง

เอาชนะความกังวลด้วยวิธีง่ายๆ

สิ่งแรกที่ต้องทำคือการขยันหาความรู้ หากขาดความรู้ก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จ ยกตัวเช่นคนที่จะเริ่มทำธุรกิจส่วนตัวแต่ไม่มีความรู้ ทำไปแล้วจะเกิดความเบื่อหน่ายเพราะทำได้ไม่ดีอย่างที่ตั้งใจ แม้จะมองหาความช่วยเหลือก็ไม่ได้เพราะขาดความรู้นั่นเอง ภายในใจจะมีแต่ความหวาดกลัว วิตกกังวล และขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง การเรียนรู้ในสิ่งที่จะบรรลุเป้าหมายจะสร้างความได้เปรียบ เมื่อเรารู้ทักษะความสามารถของตัวเอง วางแผนทำธุรกิจอย่างชาญฉลาด พร้อมกับตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เท่ากับว่าประสบความสำเร็จไปครึ่งทางแล้ว

การกลัวความล้มเหลวเกิดจากขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง มีความสงสัยในตนเองว่าจะทำได้ไหม ทำตอนนี้เลยดีไหม กังวลว่าคนอื่นจะมองความล้มเหลวของเราอย่างไร คนที่ไม่เชื่อตัวเองจะคิดหาทางออกไม่ได้ กลายเป็นคนคิดลบและอารมณ์ไม่มั่นคง การเอาชนะความกลัวไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ในทันที ควรเริ่มต้นจากวิธี ฝึกใจ อย่างง่าย ๆ ด้วยการเดินเล่น ออกกำลังกาย และหายใจลึก ๆ ช่วยให้ผ่อนคลายและเพ่งความสนใจไปที่สมอง พยายามคิดแต่เรื่องบวก หลังดื่มน้ำ 1-2 แก้วช่วยควบคุมอารมณ์ให้นิ่งขึ้น ไม่ตื่นเต้น ไม่วิตกกังวล รู้สึกไม่หวาดกลัวกับสถานการณ์ตรงหน้าทำให้มีสมาธิและมีปัญหาคิดหาทางออกได้อย่างมั่นใจ

เมื่อมีความรู้แล้วอย่าผัดวันประกันพรุ่ง รีบลงมือทำในทันทีและตั้งใจทำให้ดีกว่าเดิม ฝึกฝนพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ คนอื่นไม่เข้าใจความฝันของเราเท่ากับตัวเราเอง เมื่อตอนเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ ๆ ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จจำนวนมากไม่มีทักษะความรู้แม้แต่น้อย แต่ถ้าเราเลือกที่จะเริ่มต้นด้วยความรอบรู้และตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ก่อน การฝึกใจเพื่อช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตัวเองก็จะเป็นเรื่องง่ายขึ้น ความเชื่อมั่นทำให้มีสมาธิและมีความกระตือรือร้นในการทำงานมากขึ้น และทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จง่ายขึ้นด้วย

หลังจากทำเป้าหมายเล็ก ๆ ได้สำเร็จย่อมรู้สึกภาคภูมิใจและมีความนับถือตนเอง เห็นว่าความพยายามของตนนั้นมีค่า และมุ่งมั่นตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ทักษะความสามารถ ความฉลาดและการทำงานหนักคือกุญแจสำคัญในการเข้าถึงความสำเร็จ อย่าลังเลและเลือกมากหรือโลภมากเกินไป เดินไปทีละก้าวแต่เป็นก้าวที่มั่นคงและเต็มไปด้วยพลัง ไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหนต้องตั้งใจมั่นทำทุกทางเพื่อให้เป้าหมายนั้นเป็นจริงขึ้นมาได้

วิธี ฝึกใจ เอาชนะความกังวลและความกลัวล้มเหลว

อยากลดน้ำหนักให้ได้ผล จะฝึกใจอย่างไรดี

การลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนเป็นสิ่งที่ดี สำหรับการทำให้สุขภาพดียิ่งขึ้นและทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง ฯลฯ ซึ่งบั่นทอนคุณภาพชีวิตในระยะยาวด้วย

แต่อุปสรรคของคนส่วนใหญ่ที่ทำไม่ได้ คือ มีเพียงเป้าหมายแต่ขาดการฝึกฝนที่ใจและทัศนคติ ในบทความนี้จึงรวบรวมวิธีฝึกใจและวิธีคิดที่จะทำให้ผู้อยากลดน้ำหนักเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้น

1. คำนึงถึงเป้าหมายด้านสุขภาพเป็นหลัก

การลดน้ำหนัก หากเพียงเพื่อความสวยงามในการใส่เสื้อผ้า หรือเข้าสังคมเป็นครั้งคราว มักจะขาดวินัยในการทำ เรียกว่าเป็นการลดน้ำหนักที่ไม่ยั่งยืน แต่หากคิดถึงความแข็งแรงของสุขภาพกายที่จะ ทำให้ปลอดจากโรคเรื้อรัง ไม่ต้องกินยารักษาโรคอย่างยาวนานไปตลอดชีวิต ย่อมจะเป็นแรงจูงใจที่ยิ่งใหญ่กว่า โดยเฉพาะหากเป็นผู้ที่มีครอบครัวแล้ว เมื่อนึกถึงการมีสุขภาพดี เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ดูแลลูกหลานไปอย่างยาวนาน ก็จะมีความมุ่งมั่นที่จะลดน้ำหนักได้ดีขึ้น

2. คิดถึงเงินออมที่จะมีมากขึ้น

นอกจากได้ลดน้ำหนักแล้ว จะทำให้เกิดการประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อของกินที่ไม่จำเป็น เช่น ขนมหวาน ขนมกรุบกรอบ น้ำอัดลม ฯลฯ ซึ่งเป็นที่มาของความอ้วนและภาวะน้ำหนักเกิน และหากถือโอกาสนี้ ทำบัญชีรายรับรายจ่ายร่วมด้วย ก็จะเห็นได้ชัดว่าคุณจะประหยัดค่าอาหารได้เป็นจำนวนหลายพันบาทต่อเดือนเลยทีเดียว ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบลงทุนทางการเงิน เช่น ซื้อกองทุน ซื้อหุ้นอยู่แล้ว ก็ยิ่งนำเงินที่ออมได้นี้ ไปต่อยอดสร้างผลกำไรกลับมาได้อีกมากด้วย

3. ฝึกฝนวินัยและความอดทน

หลายคนได้ฝึกฝนวินัยในการออกกำลังกาย และเพิ่มความอดทนได้มากจากช่วงที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง ซึ่งได้แก่ การตื่นนอนแต่เช้า ตี 4-5 เพื่อไปออกกำลังกาย หรือ หลังเลิกงาน 19:00-21:00 น. เพื่อกระตุ้นการเผาผลาญอย่างสม่ำเสมอ ทั้งต้องควบคุมแคลอรี่ในอาหารแต่ละมื้อให้เป็นไปตามตาราง ผู้ที่อยากประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักได้เดือนละ 1-2 กิโลกรัม โดยไม่ทำร้ายสุขภาพ หรือกลับมาเกิดอาการอ้วนภายหลัง จึงต้องฝึกฝนวินัยและเสริมสร้างความอดทนให้กับตัวเองอย่างมาก ซึ่งจะกลายเป็นนิสัยที่ดี ในการมุ่งมั่นเพื่อความสำเร็จในทุก ๆ เรื่องได้อีกด้วย

จะเห็นได้ว่า การฝึกใจในช่วงที่ต้องการลดน้ำหนัก มีประโยชน์ทั้งต่อสุขภาพที่เห็นผลในระยะสั้นและยาว และยังนำความมีวินัยและวิธีคิดไปปรับใช้กับชีวิตประจำวัน ในเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ หวังว่า บทความนี้จะทำให้ทุกท่านที่ต้องการลดน้ำหนัก เกิดแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นมากยิ่งขึ้น

คำนึงถึงเป้าหมายด้านสุขภาพเป็นหลัก

เมื่อวิกฤตการเงินโจมตี ฝึกใจอย่างไรไม่ให้ชีวิตคู่ล่ม

เคล็ดลับการประคองชีวิตคู่ให้อยู่รอดในระหว่างการว่างงาน

ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและสถานการณ์การเงินไม่มั่นคง หลายคนได้รับผลกระทบหนัก ไม่มีงาน ไม่มีเงิน เป็นเรื่องน่ากลัว บางครอบครัวร่วมกันเผชิญปัญหาฝ่าฟันอุปสรรคอย่างกล้าหาญ แต่บางคนกลัวและเครียด ระเบิดอารมณ์ใส่กันรุนแรงจนครอบครัวแตกแยก ขาดความเห็นอกเห็นใจต่อกัน โดยเฉพาะผู้ชายในฐานะผู้นำครอบครัวจะรู้สึกเจ็บปวดอยู่แล้ว หากทางบ้านไม่เข้าใจติติงและเรียกร้องโดยที่เขาทำอะไรไม่ได้มาก จะรู้สึกเหมือนล้มเหลวและทนกับสภาพนี้ไม่ไหว ทุกสิ่งจะเลวร้ายลง วิกฤตการณ์ทางการเงินจะกลายเป็นวิกฤติคู่สมรสและสิ่งที่ตามมาคือการหย่าร้าง แต่การฝึกใจและเปลี่ยนทัศนคติจะสร้างความแตกต่างและประคับประคองครอบครัวจนกว่าจะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้

เคล็ดลับการประคองชีวิตคู่ให้อยู่รอดในระหว่างการว่างงาน มีดังนี้

ฝึกทัศนคติเชิงบวก

หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งว่างงานหรือถูกปรับลดเงินเดือนทำให้ครอบครัวชักหน้าไม่ถึงหลัง เขาหรือเธอต้องการความรักและการสนับสนุนอย่างไม่มีเงื่อนไขจากคู่ครอง ซึ่งจะช่วยบรรเทาความรู้สึกวิตกกังวลและไม่มั่นใจ ฝ่ายสนับสนุนควรลืมความทุกข์ของตัวเองไปสักพัก ฝึกใจให้จดจ่ออยู่กับอีกฝ่าย การให้กำลังใจง่าย ๆ อย่างเช่น เตรียมอาหารมื้อพิเศษเป็นเมนูโปรดราคาไม่แพง นั่งกินข้าวพร้อมกันบ่อย ๆ จะส่งเสริมกำลังใจแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าจะพบกับปัญหาและอุปสรรคชีวิตอย่างไร เรายังคงให้ความสำคัญกับชีวิตกันและกัน มีความสุขและรอยยิ้มได้เสมอ

พูดระบายความรู้สึกออกมาให้หมด

ผู้ชายมักจะอ่อนไหวกับความรู้สึกว่าผู้ชายไม่ควรร้องไห้ เวลาเกิดปัญหาฝ่ายภรรยาควรนั่งเคียงข้างปล่อยให้เขาพูดหรือร้องไห้ออกมาอย่างไม่ต้องอาย ไม่ต้องกอด ไม่ต้องพูดปลอบประโลม เว้นแต่เขาจะร้องขอเพื่อให้ความรู้สึกเครียดและทุกข์ผ่อนคลายลง ไม่เก็บกดอารมณ์จนต้องระเบิดออกมารุนแรง

สนับสนุนด้วยการประหยัด

หากมีลูกโตพอ ควรอธิบายให้เข้าในสถานการณ์ของครอบครัว แนะนำว่าควรทำอะไรที่จะช่วยกันประหยัดได้บ้าง อาจปรึกษากันลองหางานทำเสริมเพื่อช่วยเหลือครอบครัว การรัดเข็มขัดไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่เป็นความรัก ความเห็นอกเห็นใจ และความเคารพต่อพ่อแม่ที่ต้องการพลังใจมากที่สุดในเวลานี้

บอกรักกันบ่อย ๆ

พูดถึงสิ่งดีและชื่นชมความสามารถของอีกฝ่าย แสดงความเชื่อใจไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นสองคนจะรับมือกับปัญหาได้ คนเรามีปัญหาการเงินมักจะขุ่นเคืองกันและอดที่จะพูดจาแขวะกันไม่ได้ แม้ว่าเราจะรู้สึกผิดหวังในตัวคู่ครองแต่จะต้องฝึกใจให้มองข้ามความล้มเหลวในช่วงเวลานั้น อย่าขุดคุ้ยสิ่งไม่ดีของอีกฝ่ายมาตำหนิกัน ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม เพราะอาจกลายเป็นตัวจุดชนวนให้ขุ่นเคืองใจกัน เกิดเป็นรอยร้าวที่ยากจะประสาน โปรดจำไว้ว่าช่วงเวลาที่ยากลำบากคือนาทีพิสูจน์รักแท้ ไม่ว่าจะมีเงินทองมากมายหรือไม่มีเลย ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองก็จะไม่เปลี่ยนแปลงและมีความเชื่อมั่นศรัทธาว่าจะผ่านอุปสรรคไปด้วยกัน

เมื่อวิกฤตการเงินโจมตี ฝึกใจอย่างไรไม่ให้ชีวิตคู่ล่ม

ครองตัวเป็นโสด ฝึกใจอย่างไรให้มีความสุข

ครองตัวเป็นโสด ฝึกใจอย่างไรให้มีความสุข

การครองสถานะโสดทำให้หลายคนมีความสุขเมื่ออยู่คนเดียว ได้เป็นตัวของตัวเองเต็มที่ ไม่มีใครรบกวนและไม่ต้องปรับตัวตามใจคนอื่น แต่การใช้ชีวิตโสดมักจะมีเรื่องกวนใจอยู่เสมอ ต้องฝึกใจให้หนักแน่นไม่สนใจว่าคนอื่นจะพูดกันอย่างไร ควรรู้สึกแฮปปี้กับความโสดที่เราเลือกเอง ดีกว่าผูกติดกับคนไม่ดีหรือมีอันต้องเลิกราในภายหลัง บางคนรู้สึกวิตกกังวลเมื่ออยู่ตามลำพัง ความทุกข์จากความเหงาส่งผลเสียต่อสุขภาพใจ อย่าปล่อยให้ตัวเองซึมเศร้านานเกินไป

ขอแนะนำให้ลองรับมือกับความโสดตามวิธีการต่อไปนี้

เลี้ยงสัตว์ไว้เป็นเพื่อนคลายเหงา เลือกประเภทน่ารักเลี้ยงง่ายและสุขภาพดีไม่เป็นภาระสำหรับคนที่อยู่เพียงลำพัง สุนัขหรือแมวเป็นสัตว์เลี้ยงตัวโปรดทำให้บ้านมีชีวิตชีวามากขึ้น หรือลองเลือกสัตว์ประเภทอื่นที่ไม่ต้องใช้เวลาด้วยมากนัก เช่น เลี้ยงนกแก้วในกรง เลี้ยงปลาในตู้กระจก ดูเล่นเพลิน ๆ บรรเทาความเครียดให้ผู้ที่อยู่บ้านเพียงลำพัง ป้องกันภาวะซึมเศร้าและจิตใจห่อเหี่ยวได้ ควรเลือกกรงนกหรือตู้ปลาที่แข็งแรงอยู่ในสภาพดีใช้งานได้นาน เพียงจัดเตรียมอาหารและน้ำสะอาดเท่านั้น

การทำงานบ้าน เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้ตัวเองยุ่ง ๆ ฝึกใจให้จดจ่อกับงานบ้านจนไม่รู้สึกกังวลการไม่มีคนรักหรือครอบครัว เอาเวลาคิดมากนั้นมาทำอาหาร กวาดถูบ้าน ซักเสื้อผ้า จดรายการสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันและจัดการให้เสร็จไปทีละอย่าง ใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่จำเป็นต้องจับเจ่านั่งเศร้าอีกต่อไป

ใช้โซเชียลมีเดียเท่าที่จำเป็น แม้ว่าสื่อสังคมออนไลน์จะเปิดโลกให้กว้างไกล ได้เห็นสิ่งต่าง ๆ และกิจกรรมของคนอื่น ๆ แต่บางครั้งการมองคนอื่นมากเกินไป เห็นใคร ๆ โพสต์รูปถ่ายในโซเชียลมีเดียจะทำให้รู้สึกเบื่อหน่าย อาจเกิดการเปรียบเทียบว่าทำไมคนอื่นมีความสุขกับช่วงเวลาดี ๆ ทำให้คนโสดรู้สึกเหงากว่าเดิม เพราะขาดกิจกรรมครอบครัว อาจเป็นสาเหตุทำให้เครียดเพิ่มขึ้น เมื่ออยู่คนเดียวจึงควรฝึกใจมองสิ่งแวดล้อมและคนรอบข้างในแง่ดี ลดเวลาสอดส่องโซเชียลมีเดียให้น้อยลงก็จะทำจิตใจให้สงบได้รับมือกับความโสด

ถ้าเป็นคนโสดที่ต้องการเพื่อนคู่คิด แต่ก็ไม่อยากมีคู่ครอง ก็ไม่จำเป็นต้องปิดกั้นตัวเองจากคนทั้งโลก ลองพิจารณาการรับคนมาอยู่ร่วมชายคา ไม่ว่าจะเป็นญาติหรือเพื่อนสนิท ใครสักคนที่ไว้ใจได้ เข้ากันได้และไม่ก่อปัญหาจุกจิกกวนใจให้เครียดมากขึ้นไปอีก ก่อนอื่นต้องตกลงกันให้ดีว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างไร คุยเรื่องสำคัญอย่างความสะอาด ความเป็นส่วนตัว กิจกรรมประจำวัน และบุคคลที่จะเยี่ยมเยือนเป็นครั้งคราว เพื่อที่ทั้งคู่จะอยู่ร่วมบ้านกันอย่างมีความสุข ไม่มีพฤติกรรมขุ่นข้องหมองใจทำให้ต้องหันหลังแยกทางและเสียความรู้สึกต่อกันในภายหลัง

ความจริงแล้วการอยู่คนเดียวเป็นข้อได้เปรียบ ทำให้มีเวลามองทบทวนชีวิตและประสบการณ์ที่ผ่านมา เห็นคุณค่าในตนเองและรักตัวเอง ซึ่งเป็นพลังบวกทำให้ชีวิตโสดมีคุณค่าและมีความสุขได้ด้วยตัวเอง

วิธีการฝึกใจให้ประหยัด 2019

วิธีการฝึกใจให้ประหยัด 2019

ปัจจุบันเรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่สังคมและเศรษฐกิจมีความผันผวนมาก แต่ละคนจึงต้องหาวิธีในการประหยัดหรือควบคุมค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากขึ้น ซึ่งวิธีการฝึกใจให้ประหยัดสามารถทำได้หลายเทคนิค ดังที่เราได้รวบรวมมาฝากกัน เพื่อให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้ตามความเหมาะสม ดังนี้

1. คิดเสียว่าการดูภาพยนตร์ในโรงหนังเป็นเรื่องไม่จำเป็น ลองลดจำนวนครั้งในการดูหนังในโรงภาพยนตร์ลงไป ด้วยการเปลี่ยนไปใช้วิธีการซื้อโปรแกรมดูหนังผ่านโทรศัพท์มือถือ ที่มีการคิดค่าใช้จ่ายแบบรายเดือนหรือรายปีแทน จะทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างมาก ซึ่งในปัจจุบันมีหลายบริษัทให้บริการหนังในระบบสตรีมมิ่งที่ทำให้สามารถดูออนไลน์ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในด้านความคมชัดของภาพและเสียง และด้วยระบบเทคโนโลยี 4G และโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ รวมถึงแท็บเล็ตและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ก็ทำให้คุณได้อรรถรสในการดูหนังผ่านหน้าจออุปกรณ์เหล่านี้ ใกล้เคียงกับการดูหนังในโรงภาพยนตร์ได้เช่นกัน

2. ฝึกเลือกซื้อเสื้อผ้าด้วยการเน้นที่คุณภาพ การซื้อเสื้อผ้าตามแฟชั่นหรือซื้อที่ราคาถูกมาก อาจทำให้เบื่อง่ายเพราะตกเทรนด์ หรือใช้งานได้ในระยะเวลาสั้นเพราะเสื้อผ้าเสียทรง เนื้อผ้าเป็นขุยสวมใส่ไม่สบาย ฯลฯ จึงควรฝึกใจ ตั้งใจซื้อเสื้อผ้าที่มีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะใช้ได้นาน จึงจะเป็นค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่าและช่วยให้ประหยัดได้จริง ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลือกแบบที่ใส่สบาย สีสันไม่ฉูดฉาด เนื้อผ้าเหมาะกับฤดูกาล จึงจะทำให้คุณเลือกหยิบใช้ได้บ่อยยิ่งขึ้น

3. ให้ความสำคัญกับอาหารที่ทำเองในครอบครัว การทำอาหารรับประทานเอง นอกจากจะสามารถเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ทำเมนูอาหารที่ตัวเองและสมาชิกแต่ละคนชื่นชอบได้แล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรับประทานอาหารนอกบ้านได้เป็นอย่างมาก ทั้งนี้ สามารถเรียนรู้เมนูอาหารใหม่ ๆ ผ่านคลิปในเว็บไซต์ YouTube.com หรือรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับอาหารซึ่งมีอยู่มากมายในปัจจุบันได้ด้วย

4. เห็นความสำคัญของการดื่มน้ำเปล่า ผักผลไม้สดมากกว่า การดื่มน้ำอัดลมกระป๋องหรือผักผลไม้กล่อง ที่มักจะมีราคาแพงและมีการเติมน้ำตาล เพื่อปรับรสชาติให้หวาน ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนหรือเบาหวานในระยะยาวได้

5. ใช้บริการรถรับส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า BTS รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT รถเมล์ รถแท็กซี่ รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ฯลฯ แทนการขับรถส่วนตัวบ้าง เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าเช่าที่จอดรถ ซึ่งนับเป็นจำนวนเงินหลายพันบาทต่อเดือน

เห็นได้ว่า วิธีการฝึกใจให้ประหยัดต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยนวิธีการคิดและไลฟ์สไตล์ในแต่ละวัน หวังว่าทุกท่านจะนำวิธีที่กล่าวมาไปปรับใช้ตามสถานการณ์ได้ตามความเหมาะสม

การฝึกใจให้ประหยัดสามารถทำได้หลายเทคนิค

9 วิธีฝึกใจอย่างไร ให้กลายเป็นคนแข็งแกร่ง เพื่อก้าวไปข้างหน้า

9 วิธีฝึกใจอย่างไร ให้กลายเป็นคนแข็งแกร่ง เพื่อก้าวไปข้างหน้า

1. อยู่กับตัวเอง

หาเวลาว่างเล็กน้อยต่อวัน เพื่อระลึกถึงสิ่งที่อยากทำ ทำให้เรามีแรงจูงใจนำไปสู่เป้าหมายความสำเร็จในอนาคตของตัวเอง

2. ทำในสิ่งที่ท้าทาย

ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ช่วยให้คุณก้าวออกจากความกลัว มันคือการท้าทายตัวเอง ถ้าสามารถผ่านมันไปได้จะทำให้มุมมองของตัวเองเปลี่ยนไป

3. บันทึกเรื่องราวดี ๆ

สิ่งไหนที่คุณทำแล้วมีความสุข ลองจดใส่สมุดดู จะช่วยปรับทัศนคติมุมมองของคุณ ช่วยให้คุณเป็นคนที่มีจิตใจแข็งแกร่ง

4. ดูแลสุขภาพ

สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง จะช่วยพัฒนาจิตใจของเรา ควรเปลี่ยนตัวเองให้พักผ่อนมากขึ้น ดูแลตัวเองมากขึ้น

5. ให้กำลังใจตัวเอง

การพูดแต่สิ่งงดี ๆ ต่อตัวเอง มันมีผลต่อความรู้สึกมาก ดังนั้นลองพูดสิ่งดี ๆ ต่อตัวเอง จะปลดล็อคศักยภาพของคุณ

6. รู้ทันความรู้สึกของตัวเอง

บางคนที่มีความรู้สึกเศร้า หรือรู้สึกกลัว จึงไม่กล้าแสดงมันออกมา แต่ถ้าคุณมัวแต่เก็บความรู้สึกเหล่านี้เอาไว้มันจะมีผลต่ออารมณ์และการตัดสินใจของคุณ

7. ตั้งเป้าวันเริ่มเป้าหมาย

บางคนฝัน “สักวันจะต้องมีธุรกิจเป็นของตัวเอง” แต่คุณคิดไหมว่า สักวันหนึ่ง คือวันไหน และเมื่อไหร่จะลงมือทำสักที

8. ใช้เวลาอยู่กับคนสำคัญให้มากขึ้น

การมอบเวลาให้กับคนสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ครอบครัว หรือเพื่อนสนิท เพราะการมีเวลาให้กับคนที่เรารักจะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

9. ให้คุณค่ากับชีวิตตัวเอง

ให้คุณค่าชีวิตกับตนเองมอบสิ่งดี ๆ ให้กับตนเอง หรือจะเป็นการเอาใจใส่สิ่งแวดล้อม ถึงแม่จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การเสียสละเป็นคุณสมบัติของผู้ที่แข็งแกร่ง

9 วิธีฝึกใจอย่างไร ให้กลายเป็นคนแข็งแกร่ง เพื่อก้าวไป

วิธีฝึกระงับอารมณ์โกรธของตนเอง

วิธีฝึกระงับอารมณ์โกรธของตนเอง

อารมณ์โกรธ เชื่อว่าต้องเป็นกันทุกคน เวลาโมโหก็มักจะ ด่าทอ ใจร้อน ชอบทำลายข้าวของ เวลาที่ไม่ได้ดั่งใจ เช่น เวลารถติดไฟแดงนานๆ เล่นพนัน hero88.co เสียทรัพย์ ก็มักจะมีอาการหงุดหงิด หัวเสีย กันบ้าง ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ ก็ควรที่จะต้องรู้จักการระงับอารมณ์โกรธของตัวเองได้แล้ว ก่อนที่อารมณ์เหล่านี้จะกลายเป็นเรื้อรังที่อาจจะรักษาได้ยาก เพราะฉะนั้นควรจะฝึกตัวเองให้จัดการกับอารมณ์โกรธ ฉุนเฉียวเหล่านี้ได้แล้ว

การทำจิตใจให้สงบเวลามีอารมณ์โกรธ

1. มองโลกในแง่ดี การที่เราจดจ่ออยู่แต่กับสิ่งดีๆรอบตัวก็สามารถผ่อนคลายอารมณ์โกรธลงได้ หลับตาแล้วนึกถึงแต่สิ่งดี ๆ ลบความคิดที่ไม่ดีออกไป

2. ฟังเพลงชิลล์ ๆ ผ่อนคลายอารมณ์ด้วยเสียงดนตรีที่ชอบ นักร้องที่ชอบ หรือจะเป็นดนตรีแนวคลาสสิคหรือแจ๊ส ก็ช่วยได้

3. นึกถึงสถานที่ที่สงบ หลับตาแล้วจินตนาการสถานที่ที่เงียบสงบ หรือสถานที่ที่คุณชอบ เช่น น้ำตก หรือ ทะเล ยิ่งเราจดจ่ออยู่กับจินตนาการ ก็ยิ่งผ่อนคลายได้

4. นั่งสมาธิ การนั่งสมาธิจะช่วยให้จิตใจเราสงบ ถ้าเมื่อไหร่รู้สึกว่าควบคุมอารมณ์โกรธไม่ได้ ให้ลองนั่งสมาธิดู จะช่วยให้เราใจเย็นขึ้น

5. การนับเลขถอยหลัง ไม่ว่าจะเป็นการนับเสียงดัง หรือเสียงเบา ก็ช่วยให้จิตใจที่กำลังโกรธอยู่ สงบลงได้

6. ฝึกสูดลมหายใจเข้า การสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ จะช่วยทำให้จิตใจสงบ จดจ่ออยู่กับลมหายใจ ไม่ให้มีอะไรมากวนใจ

7. เต้น เมื่อเวลาที่รู้สึกโกรธ ลองเปิดเพลงที่มีจังหวะมันส์ ๆ การเต้นจะทำให้เราไม่คิดเรื่องที่ทำให้โกรธ และช่วยทำให้รู้สึกดีมากขึ้น

8. ควบคุมอารมณ์โกรธตนเอง เวลาที่มีอารมณ์โกรธก็มักจะทำร้ายตัวเอง ทำลายข้าวของ หรืออาจจะทำร้ายคนอื่น ลองถามตัวเองดูว่าสิ่งทำลงไป มันดีขึ้นหรือแย่ลง และสงบสติอารมณ์ของตัวเองดีกว่า

9. เดินเล่น การที่เราอยู่ห่างจากที่ที่ทำให้เราหงุดหงิด หรืออารมณ์เสีย การเดินเล่นช่วยให้จิตใจสงบ มีเวลาให้เราคิดทบทวบและไตร่ตรองอารมร์ของตัวเองมากขึ้น

วิธีฝึกระงับอารมณ์โกรธ