ฝึกใจให้สงบด้วยสมาธิ แม้ดูเหมือนง่าย แต่ทำได้ยาก

ฝึกใจให้สงบด้วยสมาธิ แม้ดูเหมือนง่าย แต่ทำได้ยาก

คนในยุคปัจจุบันมักจะประสบปัญหาโรคเครียดและสภาพจิตใจที่ท้อแท้ จนกลายเป็นโรคซึมเศร้ายิ่งอาจมีสิ่งเร้าอื่น ๆ มากระทบทางจิตใจมากขึ้นก็จะทำให้เกิดอาการทางจิตหรือเครียดมากกว่าเดิม หลายคนไม่รู้ตัวว่าตนเองมีปัญหาทางจิตจึงไม่นิยมไปพบจิตแพทย์เพราะเกรงว่าคนรอบข้างจะคิดว่าตนเองเป็นบ้า แท้จริงแล้วการไปพบจิตแพทย์เพื่อรักษาความเครียดและบำบัด ในที่นี้อาจเป็นการระบายความในใจที่มีอยู่ให้จิตแพทย์ได้รับฟังเพื่อที่จะได้แนะนำแนวทางและวิธีการฝึกใจให้สามารถควบคุม ได้เพื่อที่จะได้ดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขโดย การฝึกใจเพื่อลดความเครียดมีวิธีที่นิยมกันมากที่สุดคือการทำสมาธิ

การทำสมาธิมีความสำคัญอย่างไร

การฝึกสมาธิสามารถทำได้ด้วยตนเองง่าย ๆ เพียง อยู่นิ่ง ๆ ปล่อยจิตให้ว่าง ไม่คิดเรื่องราวใด ๆโดยใช้วิธีการกำหนดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ พร้อมกับหลับตาอย่างน้อย 5 นาที ก็สามารถที่จะฝึกทำสมาธิได้แล้ว เพราะประเด็นสำคัญของการฝึกสมาธิอยู่ที่การปล่อยจิตให้ว่าง ไม่คิดถึงสิ่งใด ๆ เพียงเท่านี้ก็สามารถฝึกใจให้สงบและหาหนทางในการแก้ไขปัญหาที่กำลังเผชิญได้

แต่ถ้าหากการฝึกสมาธิในทุก ๆ วันแล้วผลลัพธ์ยังไม่ดีขึ้น ยังมีความเครียดสะสมอยู่ควรพบจิตแพทย์เพื่ออย่างน้อยจะได้ทำการรักษาควบคู่ไปกับการฝึกสมาธิด้วย หากพบแล้วฝึกแล้วเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นก็จะทำให้ความเครียดที่มีลดลงและคายความกังวลที่มีลงไปได้ แม้อารมณ์และสภาพจิตใจของแต่ละคนจะมีความแตกต่างกัน แต่ถ้าทุกคนยอมรับถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและปล่อยวางสิ่งต่าง ๆ พร้อมกับแก้ไขปัญหาไปทีละขั้นตอนก็จะช่วยให้หลุดพ้นจากสิ่งที่เป็นอยู่ได้

สิ่งหนึ่งที่จะทำให้ทุกคนหลุดพ้นจากความเครียดและความกังวลทั้งปวงนั่นคือหลักความเป็นจริงที่ทุกคนจะต้องเผชิญอยู่นั่นคือ การเกิด-แก่-เจ็บและตาย รวมถึงวงจรชีวิตของแต่ละคนอาจจะมีช่วงที่ดีและช่วงที่ไม่ดีแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้น หากคุณสามารถฝึกจิต ฝึกใจให้มีสติมีความคิดที่แน่วแน่ก็จะสามารถเผชิญกับปัญหาและแก้ไขได้แม้ในบางครั้งจะไม่สามารถแก้ไขได้ทั้งหมดแต่อย่างน้อยการที่คุณฝึกจิตใจให้มีสติก็จะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้

จะเห็นว่าในยุคปัจจุบันมีหลายคนประสบปัญหาเกี่ยวกับความเครียดทั้งหน้าที่การงานปัญหาส่วนตัวและปัญหาครอบครัว ที่มักจะใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา นั่นเพราะคนเหล่านั้นขาดสติยั้งคิดและไม่สามารถควบคุมจิตใจของตนเองได้ ดังจะเห็นได้จากข่าวการทะเลาะวิวาทด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง จนถึงขนาดต้องฆ่าฟันกันหรือการเป็นโรคซึมเศร้าแต่ไม่ยอมรับความจริงว่าตนเองป่วยจนนำมาซึ่งความโศกเศร้าในหลาย ๆ กรณี ดังนั้นหากทุกคนยังพอมีสติ ควรหมั่นฝึกฝนการทำสมาธิโดย อย่างน้อยวันละ 1 ครั้งกำหนดจิตใจของตัวเองให้มีความสงบ และพร้อมรับมือกับปัญหาทุกอย่างได้

เผชิญโลกด้วยการฝึกใจ

เผชิญโลกด้วยการฝึกใจ

โลกในปัจจุบันมีเรื่องราวมากมายให้เราได้มีหลากหลายอารมณ์ร่วม และด้วยสถานการณ์ Covid-19 ที่ทั่วโลกต้องเผชิญทำให้ยิ่งเพิ่มความเครียด ความกังวลให้กับผู้คนจำนวนมาก เพราะด้วยเรื่องนี้ส่งผลกระทบไปสู่ทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้โดยไม่สนใจเพศ อายุ ฐานะ การศึกษา หรือเรื่องใด ๆ เลย

ความกระทันหันที่เกิดขึ้นทำให้จิตใจของผู้คนห่อเหี่ยว อมทุกข์ เศร้า หงุดหงิด หาทางออกไม่ได้นำไปสู่การหาทางออกที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นบ่อย ๆ จากข่าวที่เราได้รับรู้กันอยู่ทุกวัน สังคมที่หม่นหมองทำให้อะไร ๆ ก็ดูไม่สดใสไปหมด การให้กำลังใจกันเป็นสิ่งที่พวกเราพยายามทำให้ดีที่สุด

จากสถานการณ์ต่าง ๆ ดังกล่าว ทำให้เห็นว่าการฝึกใจเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องอาศัยการฝึกฝนอยู่ตลอดเวลาเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง และส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ให้คนรอบข้างได้ช่วยกันลุกขึ้นสู้ต่อไป ไม่ว่าจะเผชิญกับเหตุการณ์อะไรก็ตาม ซึ่งการฝึกใจสามารถทำได้แบบค่อยเป็นค่อยไปด้วยการฝึกมองโลกตามความเป็นจริง พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้งก็ไม่เป็นไร เพียงพยายามทำใจให้ยอมรับกับมันว่าเป็นเรื่องธรรมชาติที่ต้องมีทั้งสุขและทุกข์ 

การฝึกแบบนี้ช่วงแรกจะยากหน่อย เราต้องให้กำลังใจตัวเองด้วยว่าเราผ่านไปได้ ลองเรียนรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับจับอารมณ์ตัวเองให้เป็น ให้รู้ว่าตอนนี้เรารู้สึกอย่างไร แล้วเราจะจัดการกับอารณ์นี้ของเราอย่างไร ขจัดอารมณ์ออกแล้วมองสิ่งต่าง ๆ ตามหลักเหตุผล ไม่ว่าเรื่องราวอะไรอารมณ์มักนำมาก่อนเหตุผลเสมอ แต่ถ้าเรามีสติ ไม่นานเราก็จะหยุดอารมณ์นั้นได้ และพิจารณามองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเข้าใจและปล่อยวางขึ้น แล้วเราจะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรอบคอบ และยังสามารถคิดได้รอบด้านมากขึ้นด้วย

การมีความสุขกับสิ่งเล็กน้อยกับสิ่งรอบตัวก็สำคัญ อย่าเก็บความสุขไว้เพื่ออะไรที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น หัดยิ้มและปล่อยให้ใจสนุกสนาน มีความสุขกับสิ่งรอบตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้าง เช่น สุขกับการรดน้ำต้นไม้ ได้ชมต้นไม้ใบหญ้า เพลินตาดีกับสุนัขและแมวและคลิปต่าง ๆ ใน Youtube, ยิ้มให้กับเพื่อนบ้านข้าง ๆ บ้าง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะเหมือนเป็นการเติมพลังดี ๆ ให้ตัวเองในทุกวันได้

นอกจากนี้ พูดคุยกับผู้คนแปลกใหม่ เช่น การไปท่องเที่ยวตามที่ต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศบ้าง (ตามโอกาส) ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะถ้าเรามัวแต่อยู่กับตัวเอง อยู่แบบคนเก็บตัวแล้วอมทุกข์ไว้กับตัวไม่ได้ระบายให้ใครฟังเลย แบบนี้ทุกข์ก็จะยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณ ดังนั้น ควรเปลี่ยนแปลงตัวเอง โดยออกมาพบเจอผู้คนบ้าง ได้พูดคุยทักทายกับคนรอบข้าง ลองสนทนากับพ่อค้าแม่ค้าที่เราซื้อข้าวเป็นประจำก็ได้ เหล่านี้ทำให้เราได้แลกเปลี่ยนความคิดกับคนที่อาจมีมุมมองอะไรใหม่ ๆ ที่ต่างกับเรา บางทีอาจทำให้เราได้เห็นช่องทางสำหรับแก้ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ก็ได้

ชีวิตเรายังต้องดำเนินต่อไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น การกล้าเผชิญกับสิ่งแปลกใหม่และปัญหาต่าง ๆ เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกใจให้แข็งแรง พร้อมสู้กับความจริงในโลกที่ไม่มีความแน่นอน เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามฝึกใจให้อยู่ได้อย่างไม่อึดอัด ใช้ชีวิตอย่างที่เป็นให้มีความสุข แม้ว่าอาจจะมากบ้าง น้อยบ้าง ก็ให้คิดเสียว่าเรื่องร้าย ๆ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เดี๋ยวมันก็ผ่านไป 

วิธีฝึกใจให้รับมือกับปัญหาทางการเงินง่ายขึ้น

วิธีฝึกใจให้รับมือกับปัญหาทางการเงินง่ายขึ้น

ความเครียดความทุกข์ของคนเรากว่าครึ่งมาจากปัญหาทางการเงิน เมื่อต้องเผชิญกับวิกฤตการเงินโดยไม่คาดคิด จู่ ๆ เครื่องซักผ้าก็เสีย รถสตาร์ทไม่ติด เจ็บป่วยฉุกเฉิน แต่เงินออมเก็บสำรองไว้ไม่เพียงพอ การเรียนรู้วิธีรับมือกับความทุกข์ยากเป็นทักษะการฝึกใจที่ช่วยให้รับมือกับวิกฤตต่าง ๆ ในชีวิตได้ การฝึกใจให้ยืดหยุ่นไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถ ทำอย่างไรดีเรามีคำตอบให้ดังนี้

1.อย่ากลัวที่จะพูดถึงเรื่องเงิน

คนที่มีเป้าหมายในชีวิตย่อมต้องมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ ไม่ว่าจะเป็น แผนซื้อรถ ผ่อนบ้าน แผนการศึกษาของลูก หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เมื่อเป้าหมายยังไม่สำเร็จจะเกิดความวิตกกังวลอยู่เสมอ หากมีคนถามถึงปัญหาเรื่องเงินในชีวิต ไม่จำเป็นต้องเก็บงำเป็นความลับเพราะหลายคนหลายความคิดอาจมีคำแนะนำดี ๆ ที่อาจเป็นประโยชน์ หรือแม้แต่คนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยในยามคับขัน อย่ากลัวที่จะพูดถึงเรื่องเงินเพราะถ้าปล่อยปัญหาไปไม่รีบแก้ไขก็อาจจะสายเกินไปแล้ว 

2.ขอคำแนะนำและความช่วยเหลือ

ในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง เงินทองเป็นของหายาก สวนทางกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นทุกวัน หลายคนต้องการคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ทำให้มองเห็นทางออกว่าแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างไร อย่ามัวแต่อับอาย กลัวเสียหน้า และจมอยู่กับปัญหาเพียงลำพัง ควรฝึกใจให้ยอมรับความจริงว่าการเงินกำลังมีปัญหา ต้องการความช่วยเหลือจากผู้ที่มีความเป็นมืออาชีพเข้ามาช่วยเหลือจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ทุกคนที่เคยมีปัญหาเรื่องเงินมาก่อนจะเข้าใจว่ากว่าจะก้าวข้ามอุปสรรคไปได้ไม่ใช่เรื่องง่าย หากได้คำแนะนำดี ๆ และความช่วยเหลือจากพันธมิตรจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางจิตใจ เผชิญหน้าแก้ไขปัญหาได้เร็วขึ้น

3.เลิกนิสัยที่ไม่ดีต่อสุขภาพและการเงิน

คนที่มีจิตใจเข้มแข็งจะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น เก่งขึ้น สุขภาพเป็นอีกสิ่งสำคัญที่ช่วยลดปัญหาทางการเงิน หากกินอาหารดี ออกกำลังกาย งดเหล้า บุหรี่ กำจัดสิ่งไม่ดีออกไปก่อนจะทำให้สุขภาพดีขึ้น ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปกับการรักษาพยาบาล มีเงินสำรองฉุกเฉินไว้ใช้ในเรื่องจำเป็นจริง ๆ การเงินก็เช่นกัน หากมีเป้าหมายทางการเงินในอนาคตควรฝึกใจให้เข้มแข็ง ขยันอดออมเก็บเงินไว้ให้ได้มาก ๆ จัดการปลดภาระหนี้สินโดยเร็วที่สุด หนี้ที่ต้องรีบกำจัดก่อนอื่นคือหนี้บัตรเครดิตที่มีดอกเบี้ยสูงให้เร็วที่สุด คนที่ฝึกใจให้มองสถานการณ์ตามจริง รู้จักความยืดหยุ่น จะรับมือกับปัญหาการเงินได้ดีขึ้น

4.คิดบวกกับทุกปัญหา

การฝึกใจให้คิดบวกเป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยากหากไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง เคล็ดลับสำคัญคือการแบ่งปันเรื่องราวปัญหากับคนที่ไว้ใจได้ ทำให้รู้สึกว่ามีคนอยู่เคียงข้างเป็นที่ปรึกษาหรือคอยช่วยเหลือทำให้จิตใจเข้มแข็งและกล้ารับมือกับปัญหาที่เผชิญอยู่ได้ แม้จะเป็นเรื่องเหนือการควบคุมอย่างเช่นเจ็บป่วยฉุกเฉิน ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาเกิดภาระหนี้สิน สถานการณ์อาจดูเลวร้าย แต่ถ้าปรับใจให้คิดบวกได้ ค่อย ๆ คิดถึงวิธีแก้ไขปัญหา ทั้งยังมีคนเคียงข้างเป็นที่ปรึกษาและเป็นกำลังใจให้ ย่อมหาทางจ่ายเงินที่กู้ยืมมาให้ครบถ้วนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

5 วิธีฝึกจิตใจให้เข้มแข็งง่าย ๆ ใครก็ทำได้

5 วิธีฝึกจิตใจให้เข้มแข็งง่าย ๆ ใครก็ทำได้

เคยไหม..ที่ชีวิตคุณต้องพบเจอกับปัญหาอุปสรรคมากมายที่ทำให้จิตใจท้อแท้ห่อเหี่ยวจะหันหน้าไปพึ่งพาอาศัยใครก็ไม่ได้ หากคุณเคยพบเจอกับสถานการณ์แย่ ๆ ในชีวิตเช่นนี้ขอให้คุณรับรู้เอาไว้ว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นกับคุณคนเดียว เพราะทุกคนต่างก็เคยเจอเรื่องร้าย ๆ มาแล้วด้วยกันทั้งนั้น

วันนี้เราลองมาเรียนรู้วิธีการฝึกจิตใจให้มั่นคง แข็งแรงได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีการที่หลายท่านได้ฝึกฝนจนสามารถเอาชนะปัญหาอุปสรรคในชีวิตมาได้

  1. เมื่อเจอปัญหา อย่าอยู่คนเดียว

คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย สามคนสบาย

หากเป็นไปได้ให้พยายามออกไปพบปะผู้คนโดยเฉพาะคนที่คุณไว้วางใจมากที่สุด คนที่คุณสามารถพูดคุยกับเขาได้ทุกเรื่อง เช่น พ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนสนิทมิตรสหาย หรือครูบาอาจารย์ก็ได้ เพราะเขาเหล่านี้อาจให้ข้อคิดหรือมุมมองที่ดี โดยที่คุณอาจคาดไม่ถึงก็เป็นได้

  1. เขียนระบายความในใจ

การเขียนถือว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดการทำสมาธิชั้นดี ไม่เชื่อลองทำดู

ในยุคสมัยที่เราอาจต้องเว้นระยะห่างทางสังคมบางทีการออกไปพบปะผู้คนอาจเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย แต่สิ่งที่เราทำได้ง่ายนั่นก็คือการเขียน

การเขียนนอกจากจะเป็นการระบายความในใจออกมาเป็นตัวหนังสือนอกจากทำให้สบายใจแล้วยังเป็นการฝึกสมาธิได้ดีด้วย ไม่แน่ว่า..เรื่องราวที่เขียนอาจนำไปต่อยอดเป็นงานเขียนประเภทอื่น ๆ ทำเงินให้คุณในอนาคตด้วยก็ได้

  1. ดูหนังตลก

หัวเราะ 1 ครั้งอายุยืน 1 วัน หัวเราะทุกวันสร้างภูมิคุ้มกันโรค

บางท่านบอกไม่มีอารมณ์ที่จะเขียน ถ้าเช่นนั้นเราขอแนะนำอีกหนึ่งวิธี นั่นก็คือการดูหนังตลก เพราะหนังตลกนอกจากจะทำให้เราอารมณ์ดีแล้วยังเป็นการฝึกให้เราเป็นคนคิดบวกได้อีกด้วย

  1. เล่นดนตรี

ชีวิตที่เจอแต่ปัญหาลองเขียนมันออกมาเป็นบทเพลง

เพลงอมตะไพเราะหลาย ๆ บทมักจะเขียนออกมาจากชีวิตจริงของใครสักคนไม่แน่นะครับว่าเพลงที่กำลังไต่ยอดวิวหลักล้านอยู่ในขณะนี้อาจเป็นเพลงของคุณก็ได้

  1. ออกกำลังกาย

ออกกำลังกายวันละนิดจิตแจ่มใส

การได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ร่างกายสดใสแข็งแรง สมองปลอดโปร่งโล่งสบาย ปัญหาหนัก ๆ หลายเรื่องที่คิดไม่ตก บางทีก็ต้องยอมปล่อยมันไป หันมาสนใจเฉพาะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าดีกว่า สติมาเดี๋ยวปัญญาก็เกิด

การใช้ชีวิตในปัจจุบันแม้มันไม่ง่ายแต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป ถ้าหากเราใส่ใจที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ อดีตที่ผ่านไปก็เหมือนสายน้ำมันไม่อาจไหลย้อนคืนมา ชีวิตคนเราก็เหมือนกันเราไม่สามารถย้อนคืนวันกลับมาแก้ไขอดีต แต่เราสามารถทำปัจจุบันให้ดีขึ้นได้

ทำยังไงถึงจะลดความอยากใช้เงิน

ทำยังไงถึงจะลดความอยากใช้เงิน

ปัญหาของคนยุคทุนนิยมในปัจจุบันที่สำคัญ คือ การใช้เงินเกินตัว หรือที่เรียกว่าใช้อย่างฟุ่มเฟือย จนเกินรายได้ที่มีอยู่ และไม่วางแผนเผื่ออนาคต จุดตรงนี้เป็นปัญหาที่ทำให้เกิดโค้ชทางการเงินเป็นจำนวนมากมาแนะนำให้คนที่ตั้งใจปรับพฤติกรรม ฝึกตัวเองให้เก็บออมเงินได้มากขึ้น เลิกใช้เงินฟุ่มเฟือย ด้วยวิธีการดังนี้

1.ทำบัญชีรายรับรายจ่าย
พื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการเก็บออมได้มากขึ้น และควบคุมการใช้เงินของตัวเอง คือการทำบัญชีรายรับรายจ่าย ควรทำใน Excel หรือเป็นสมุดที่มีตารางเพื่อความสะดวกในการบวกลบคูณหารเลข จดบัญชีรายรับจากเงินเดือน รายได้เสริม งาน OT ต่าง ๆ ทางฝั่งรายได้ ส่วนรายจ่ายต้องบันทึกทุกอย่าง ไม่ว่าค่ารถโดยสาร ค่าน้ำมัน ค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้า รวมตัวเลขดูว่าในแต่ละเดือน คุณมีงบที่สมดุลหรือได้ผลลัพธ์ทางบวกหรือลบอย่างไร จะทำให้คุณตระหนักว่าจุดใดควรแก้ไข ทำบ่อย ๆ จะแก้ไขพฤติกรรมการใช้เงินที่มากเกินไปได้

2.คำนึงถึงหนี้สินที่มีอยู่
บางคนมีหนี้บัตรเครดิตจำนวน 3 ถึง 5 ใบตั้งแต่วัยเริ่มทำงานเพียงไม่กี่ปี จากการซื้อเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า โน๊ตบุ๊ก มือถือ และของที่มีการโฆษณารุ่นใหม่ ๆ ที่ออกมาตลอดปี ทั้งนี้ในปัจจุบัน มีการเปิดโอกาสให้สมัครใช้บัตรเครดิตได้จากฐานรายได้เพียงแค่ 15,000 บาท ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสเป็นหนี้และใช้เงินเกินตัว หากคุณเป็นคนหนึ่งที่จ่ายยอดขั้นต่ำสุดมาตลอด มียอดจ่ายบัตรเครดิตเดือนละหลายหมื่น ทั้งที่เงินเดือนหมื่นกว่าบาท จนเกิดการทบต้นและดอกเบี้ยมากขึ้นเรื่อย ๆ คุณจำเป็นต้องหยุดการใช้บัตรเครดิต แล้วคำนวณอย่างละเอียดถึงหนี้สินที่มีอยู่ และตั้งใจว่าต้องหยุดการใช้เงินที่ฟุ่มเฟือยทั้งหมดและต้องรีบเคลียร์หนี้สินให้หมดโดยเร็วที่สุด

3.คิดถึงอนาคต
การมีเป้าหมายเป็นเรื่องสำคัญในการควบคุมการใช้จ่ายเงิน หากคุณไม่มีทิศทางว่าจะนำเงินที่มีอยู่ไปทำอะไร เมื่อมีรายได้เข้ามาไม่ว่าหลักพันหรือหลักแสนบาท ก็สามารถใช้หมดได้ในพริบตา ทางที่ดีคุณควรเอากระดาษมาจดบันทึก มีเป้าหมายในชีวิตในช่วงระยะ 1 ปี 5 ปี 10 ปี และตอนเกษียณเป็นเช่นไร ต้องใช้เงินเท่าไหร่จึงจะทำให้ถึงเป้าหมาย เมื่อมีแรงบันดาลใจที่ชัดเจน คุณก็จะลดการใช้เงินฟุ่มเฟือยได้ โดยหันไปเก็บออมโดยการซื้อพันธบัตร หรือกองทุน ที่มีสภาพคล่องน้อยกว่าการถือเงินสดในมือ

การจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตัวเองในเรื่องการใช้จ่าย ไม่สามารถสำเร็จแค่การคิดหรือวางแผน แต่ต้องเกิดจากการวิเคราะห์ตัวเองและเห็นตัวเลขค่าใช้จ่ายจริง เพื่อให้เกิดการตระหนักถึงปัญหาการใช้เงิน และมีเป้าหมายใหม่ในการควบคุมตัวเองต่อไป

5 เทคนิค ช่วยฝึกใจให้เข้มแข็งเมื่อต้องเผชิญสภาวะกดดัน

5 เทคนิค ช่วยฝึกใจให้เข้มแข็งเมื่อต้องเผชิญสภาวะกดดัน

บ่อยครั้งที่อุปสรรคถาโถมเข้ามา จนทำให้จิตใจหดหู่ ท้อแท้และสิ้นหวัง จนกระทั่งหลายคนที่ขาดสติในการวิเคราะห์หาสาเหตุและทางออกของปัญหา ซึ่งเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบในแง่ลบกลับมีอิทธิพลอยู่เหนือเหตุผลดี ๆ จนทำให้บางรายตัดสินใจคิดสั้นเพื่อหนีปัญหา ในทางตรงกันข้าม คงจะดีไม่น้อยหากเราสามารถฝึกใจให้เข้มแข็ง พร้อมเผชิญหน้ากับสภาวะกดดันต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นวันนี้เราจึงมาแนะนำ 5 เทคนิคช่วยฝึกใจให้เข้มแข็งเมื่อต้องเผชิญกับสภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมที่คอยกดดัน 5 เทคนิคที่ว่านี้ จะทำให้จิตใจของคุณแข็งแกร่งขึ้นสามารถเผชิญ สถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างดี

เทคนิคที่ 1 สูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อตั้งสติหรือไม่ก็ดึงสติกลับมาอยู่ที่ตัวเองก่อน แล้วค่อยมองไปยังปัญหา เพื่อหาสาเหตุ จากนั้นค่อยคิดถึงวิธีแก้ไขปัญหา เพราะการทำสมาธิถือเป็นการฝึกจิตให้เข้มแข็งและมีพลัง โดย เริ่มจากนั่งพิงพนักเก้าอี้หลับตาพักให้สบาย หายใจเข้าช้า ๆ กลั้นหายใจนับถึง 1-10 แล้วผ่อนลมหายใจออก เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้จิตใจมีสมาธิ ผ่อนคลายและสงบนิ่งมากขึ้น ผลที่ได้รับนอกจากพลังใจแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟินออกมาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยและการอักเสบต่าง ๆ ได้อีกด้วย

เทคนิคที่ 2 นึกถึงพระคุณของพ่อและแม่ ที่มีความรัก ความเสียสละเพื่อลูก เอาท่านเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ แล้วลองเข้าไปกราบท่านขอคำแนะนำหรือ กำลังใจดี ๆ นำกลับมาเติมพลังใจในการต่อสู้กับอุปสรรคและความกดดันในการทำงานและการดำเนินชีวิตได้อีกยาวไกล

เทคนิคที่ 3 ให้กำลังใจ พร้อมทั้งให้อภัยในข้อผิดพลาดของตัวเอง ยอมรับและแก้ไข แต่จะแก้ได้มากหรือน้อยอย่างไร ก็ขอให้ภูมิใจว่าเรามีดีที่ไม่ได้หนีปัญหาไปไหน ความเข้มแข็งตรงจุดนี้จะสร้างคุณค่าและความภาคภูมิใจให้กับตนเองค่ะ

เทคนิคที่ 4 มองโลกในแง่ดี โดยเริ่มจากการปรับ Mind Set หรือทัศนคติของเราให้เป็นเชิงบวก เช่น เมื่อเจออุปสรรคหรือความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้น ขอให้ใช้รอยยิ้มและความเข้าใจ รับฟังแล้วค่อยพูดค่อยจาปรับความเข้าใจกัน ก็จะช่วยคลี่คลายปัญหาลงได้เป็นอันดับแรก จากนั้นค่อยหาวิธีแก้ไขเพื่อให้เกิดความพึงพอใจทั้งสองฝ่าย

เทคนิคที่ 5 หมั่นดูแลสุขภาพและรักตนเองให้มากขึ้น จริงอยู่ที่ว่าการเป็นคนดีอาจต้องเสียสละเพื่อให้คนที่เรารักมีความสุข แต่อาจไม่เสมอไป บางครั้งเราก็ต้องหันกลับมากอดตัวเองให้เป็น ในเสี้ยววินาทีที่เผชิญหน้ากับความทุกข์ เชื่อเถอะว่าไม่มีใครรู้ทางออกดีไปกว่าตัวเราเองหรอกค่ะ เช่น หากเราน้ำหนักขึ้นแล้วโดนเพื่อนบูลลี่ เพื่อที่จะขัดขาเก้าอี้เราไม่ให้ไปต่อในตำแหน่งที่บุคลิกภาพต้องมาก่อน ก็อย่าเสียขวัญ ลองเปิดเพจลดน้ำหนักด้วยตัวเองอย่างได้ผล แล้วลองทำดู พิสูจน์ให้รู้กันไปว่า ชนะใครก็ไม่เจ๋งเท่าชนะใจตนเอง แต่ถ้าหากมั่นใจในรูปร่างตัวเองอยู่แล้ว ก็พิสูจน์วัดกันด้วยผลงานค่ะ

เห็นไหมคะว่า 5 เทคนิคเหล่านี้จะช่วยฝึกใจให้เข้มแข็งและแสดงพลังเกินความคาดหมายออกมาจากข้างใน เมื่อเราต้องเผชิญกับสภาวะกดดันต่าง ๆ ก็จะมีสติและใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงได้

วิธี ฝึกใจ เอาชนะความกังวลและความกลัวล้มเหลว

เอาชนะความกังวลด้วยวิธีง่ายๆ

เมื่อคนเราต้องการความก้าวหน้าหรือคาดหวังความสำเร็จบางอย่าง ความกังวลและความกลัวเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางเส้นทางไปสู่เป้าหมาย อาจรั้งคุณไว้ไม่สามารถพัฒนาตัวเองให้ไปถึงศักยภาพสูงสุดอีกด้วย แต่เราทุกคนอาจ ฝึกใจ ให้เอาชนะความรู้สึกในด้านลบได้ เห็นได้ชัดว่าความกลัวของเรานั้นมักจะเกิดจากความไม่พร้อมและกังวลกับอนาคตว่าจะไม่เป็นไปตามต้องการ ถ้าอยากมีโอกาสลิ้มลองรสชาติแห่งความสำเร็จจะต้องพยายามเติมเต็มสิ่งที่ขาดเพื่อสร้างความมั่นใจในตัวเอง

เอาชนะความกังวลด้วยวิธีง่ายๆ

สิ่งแรกที่ต้องทำคือการขยันหาความรู้ หากขาดความรู้ก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จ ยกตัวเช่นคนที่จะเริ่มทำธุรกิจส่วนตัวแต่ไม่มีความรู้ ทำไปแล้วจะเกิดความเบื่อหน่ายเพราะทำได้ไม่ดีอย่างที่ตั้งใจ แม้จะมองหาความช่วยเหลือก็ไม่ได้เพราะขาดความรู้นั่นเอง ภายในใจจะมีแต่ความหวาดกลัว วิตกกังวล และขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง การเรียนรู้ในสิ่งที่จะบรรลุเป้าหมายจะสร้างความได้เปรียบ เมื่อเรารู้ทักษะความสามารถของตัวเอง วางแผนทำธุรกิจอย่างชาญฉลาด พร้อมกับตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เท่ากับว่าประสบความสำเร็จไปครึ่งทางแล้ว

การกลัวความล้มเหลวเกิดจากขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง มีความสงสัยในตนเองว่าจะทำได้ไหม ทำตอนนี้เลยดีไหม กังวลว่าคนอื่นจะมองความล้มเหลวของเราอย่างไร คนที่ไม่เชื่อตัวเองจะคิดหาทางออกไม่ได้ กลายเป็นคนคิดลบและอารมณ์ไม่มั่นคง การเอาชนะความกลัวไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ในทันที ควรเริ่มต้นจากวิธี ฝึกใจ อย่างง่าย ๆ ด้วยการเดินเล่น ออกกำลังกาย และหายใจลึก ๆ ช่วยให้ผ่อนคลายและเพ่งความสนใจไปที่สมอง พยายามคิดแต่เรื่องบวก หลังดื่มน้ำ 1-2 แก้วช่วยควบคุมอารมณ์ให้นิ่งขึ้น ไม่ตื่นเต้น ไม่วิตกกังวล รู้สึกไม่หวาดกลัวกับสถานการณ์ตรงหน้าทำให้มีสมาธิและมีปัญหาคิดหาทางออกได้อย่างมั่นใจ

เมื่อมีความรู้แล้วอย่าผัดวันประกันพรุ่ง รีบลงมือทำในทันทีและตั้งใจทำให้ดีกว่าเดิม ฝึกฝนพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ คนอื่นไม่เข้าใจความฝันของเราเท่ากับตัวเราเอง เมื่อตอนเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ ๆ ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จจำนวนมากไม่มีทักษะความรู้แม้แต่น้อย แต่ถ้าเราเลือกที่จะเริ่มต้นด้วยความรอบรู้และตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ก่อน การฝึกใจเพื่อช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตัวเองก็จะเป็นเรื่องง่ายขึ้น ความเชื่อมั่นทำให้มีสมาธิและมีความกระตือรือร้นในการทำงานมากขึ้น และทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จง่ายขึ้นด้วย

หลังจากทำเป้าหมายเล็ก ๆ ได้สำเร็จย่อมรู้สึกภาคภูมิใจและมีความนับถือตนเอง เห็นว่าความพยายามของตนนั้นมีค่า และมุ่งมั่นตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ทักษะความสามารถ ความฉลาดและการทำงานหนักคือกุญแจสำคัญในการเข้าถึงความสำเร็จ อย่าลังเลและเลือกมากหรือโลภมากเกินไป เดินไปทีละก้าวแต่เป็นก้าวที่มั่นคงและเต็มไปด้วยพลัง ไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหนต้องตั้งใจมั่นทำทุกทางเพื่อให้เป้าหมายนั้นเป็นจริงขึ้นมาได้

วิธี ฝึกใจ เอาชนะความกังวลและความกลัวล้มเหลว

อยากลดน้ำหนักให้ได้ผล จะฝึกใจอย่างไรดี

การลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนเป็นสิ่งที่ดี สำหรับการทำให้สุขภาพดียิ่งขึ้นและทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง ฯลฯ ซึ่งบั่นทอนคุณภาพชีวิตในระยะยาวด้วย

แต่อุปสรรคของคนส่วนใหญ่ที่ทำไม่ได้ คือ มีเพียงเป้าหมายแต่ขาดการฝึกฝนที่ใจและทัศนคติ ในบทความนี้จึงรวบรวมวิธีฝึกใจและวิธีคิดที่จะทำให้ผู้อยากลดน้ำหนักเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้น

1. คำนึงถึงเป้าหมายด้านสุขภาพเป็นหลัก

การลดน้ำหนัก หากเพียงเพื่อความสวยงามในการใส่เสื้อผ้า หรือเข้าสังคมเป็นครั้งคราว มักจะขาดวินัยในการทำ เรียกว่าเป็นการลดน้ำหนักที่ไม่ยั่งยืน แต่หากคิดถึงความแข็งแรงของสุขภาพกายที่จะ ทำให้ปลอดจากโรคเรื้อรัง ไม่ต้องกินยารักษาโรคอย่างยาวนานไปตลอดชีวิต ย่อมจะเป็นแรงจูงใจที่ยิ่งใหญ่กว่า โดยเฉพาะหากเป็นผู้ที่มีครอบครัวแล้ว เมื่อนึกถึงการมีสุขภาพดี เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ดูแลลูกหลานไปอย่างยาวนาน ก็จะมีความมุ่งมั่นที่จะลดน้ำหนักได้ดีขึ้น

2. คิดถึงเงินออมที่จะมีมากขึ้น

นอกจากได้ลดน้ำหนักแล้ว จะทำให้เกิดการประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อของกินที่ไม่จำเป็น เช่น ขนมหวาน ขนมกรุบกรอบ น้ำอัดลม ฯลฯ ซึ่งเป็นที่มาของความอ้วนและภาวะน้ำหนักเกิน และหากถือโอกาสนี้ ทำบัญชีรายรับรายจ่ายร่วมด้วย ก็จะเห็นได้ชัดว่าคุณจะประหยัดค่าอาหารได้เป็นจำนวนหลายพันบาทต่อเดือนเลยทีเดียว ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบลงทุนทางการเงิน เช่น ซื้อกองทุน ซื้อหุ้นอยู่แล้ว ก็ยิ่งนำเงินที่ออมได้นี้ ไปต่อยอดสร้างผลกำไรกลับมาได้อีกมากด้วย

3. ฝึกฝนวินัยและความอดทน

หลายคนได้ฝึกฝนวินัยในการออกกำลังกาย และเพิ่มความอดทนได้มากจากช่วงที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง ซึ่งได้แก่ การตื่นนอนแต่เช้า ตี 4-5 เพื่อไปออกกำลังกาย หรือ หลังเลิกงาน 19:00-21:00 น. เพื่อกระตุ้นการเผาผลาญอย่างสม่ำเสมอ ทั้งต้องควบคุมแคลอรี่ในอาหารแต่ละมื้อให้เป็นไปตามตาราง ผู้ที่อยากประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักได้เดือนละ 1-2 กิโลกรัม โดยไม่ทำร้ายสุขภาพ หรือกลับมาเกิดอาการอ้วนภายหลัง จึงต้องฝึกฝนวินัยและเสริมสร้างความอดทนให้กับตัวเองอย่างมาก ซึ่งจะกลายเป็นนิสัยที่ดี ในการมุ่งมั่นเพื่อความสำเร็จในทุก ๆ เรื่องได้อีกด้วย

จะเห็นได้ว่า การฝึกใจในช่วงที่ต้องการลดน้ำหนัก มีประโยชน์ทั้งต่อสุขภาพที่เห็นผลในระยะสั้นและยาว และยังนำความมีวินัยและวิธีคิดไปปรับใช้กับชีวิตประจำวัน ในเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ หวังว่า บทความนี้จะทำให้ทุกท่านที่ต้องการลดน้ำหนัก เกิดแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นมากยิ่งขึ้น

คำนึงถึงเป้าหมายด้านสุขภาพเป็นหลัก

เมื่อวิกฤตการเงินโจมตี ฝึกใจอย่างไรไม่ให้ชีวิตคู่ล่ม

เคล็ดลับการประคองชีวิตคู่ให้อยู่รอดในระหว่างการว่างงาน

ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและสถานการณ์การเงินไม่มั่นคง หลายคนได้รับผลกระทบหนัก ไม่มีงาน ไม่มีเงิน เป็นเรื่องน่ากลัว บางครอบครัวร่วมกันเผชิญปัญหาฝ่าฟันอุปสรรคอย่างกล้าหาญ แต่บางคนกลัวและเครียด ระเบิดอารมณ์ใส่กันรุนแรงจนครอบครัวแตกแยก ขาดความเห็นอกเห็นใจต่อกัน โดยเฉพาะผู้ชายในฐานะผู้นำครอบครัวจะรู้สึกเจ็บปวดอยู่แล้ว หากทางบ้านไม่เข้าใจติติงและเรียกร้องโดยที่เขาทำอะไรไม่ได้มาก จะรู้สึกเหมือนล้มเหลวและทนกับสภาพนี้ไม่ไหว ทุกสิ่งจะเลวร้ายลง วิกฤตการณ์ทางการเงินจะกลายเป็นวิกฤติคู่สมรสและสิ่งที่ตามมาคือการหย่าร้าง แต่การฝึกใจและเปลี่ยนทัศนคติจะสร้างความแตกต่างและประคับประคองครอบครัวจนกว่าจะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้

เคล็ดลับการประคองชีวิตคู่ให้อยู่รอดในระหว่างการว่างงาน มีดังนี้

ฝึกทัศนคติเชิงบวก

หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งว่างงานหรือถูกปรับลดเงินเดือนทำให้ครอบครัวชักหน้าไม่ถึงหลัง เขาหรือเธอต้องการความรักและการสนับสนุนอย่างไม่มีเงื่อนไขจากคู่ครอง ซึ่งจะช่วยบรรเทาความรู้สึกวิตกกังวลและไม่มั่นใจ ฝ่ายสนับสนุนควรลืมความทุกข์ของตัวเองไปสักพัก ฝึกใจให้จดจ่ออยู่กับอีกฝ่าย การให้กำลังใจง่าย ๆ อย่างเช่น เตรียมอาหารมื้อพิเศษเป็นเมนูโปรดราคาไม่แพง นั่งกินข้าวพร้อมกันบ่อย ๆ จะส่งเสริมกำลังใจแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าจะพบกับปัญหาและอุปสรรคชีวิตอย่างไร เรายังคงให้ความสำคัญกับชีวิตกันและกัน มีความสุขและรอยยิ้มได้เสมอ

พูดระบายความรู้สึกออกมาให้หมด

ผู้ชายมักจะอ่อนไหวกับความรู้สึกว่าผู้ชายไม่ควรร้องไห้ เวลาเกิดปัญหาฝ่ายภรรยาควรนั่งเคียงข้างปล่อยให้เขาพูดหรือร้องไห้ออกมาอย่างไม่ต้องอาย ไม่ต้องกอด ไม่ต้องพูดปลอบประโลม เว้นแต่เขาจะร้องขอเพื่อให้ความรู้สึกเครียดและทุกข์ผ่อนคลายลง ไม่เก็บกดอารมณ์จนต้องระเบิดออกมารุนแรง

สนับสนุนด้วยการประหยัด

หากมีลูกโตพอ ควรอธิบายให้เข้าในสถานการณ์ของครอบครัว แนะนำว่าควรทำอะไรที่จะช่วยกันประหยัดได้บ้าง อาจปรึกษากันลองหางานทำเสริมเพื่อช่วยเหลือครอบครัว การรัดเข็มขัดไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่เป็นความรัก ความเห็นอกเห็นใจ และความเคารพต่อพ่อแม่ที่ต้องการพลังใจมากที่สุดในเวลานี้

บอกรักกันบ่อย ๆ

พูดถึงสิ่งดีและชื่นชมความสามารถของอีกฝ่าย แสดงความเชื่อใจไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นสองคนจะรับมือกับปัญหาได้ คนเรามีปัญหาการเงินมักจะขุ่นเคืองกันและอดที่จะพูดจาแขวะกันไม่ได้ แม้ว่าเราจะรู้สึกผิดหวังในตัวคู่ครองแต่จะต้องฝึกใจให้มองข้ามความล้มเหลวในช่วงเวลานั้น อย่าขุดคุ้ยสิ่งไม่ดีของอีกฝ่ายมาตำหนิกัน ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม เพราะอาจกลายเป็นตัวจุดชนวนให้ขุ่นเคืองใจกัน เกิดเป็นรอยร้าวที่ยากจะประสาน โปรดจำไว้ว่าช่วงเวลาที่ยากลำบากคือนาทีพิสูจน์รักแท้ ไม่ว่าจะมีเงินทองมากมายหรือไม่มีเลย ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองก็จะไม่เปลี่ยนแปลงและมีความเชื่อมั่นศรัทธาว่าจะผ่านอุปสรรคไปด้วยกัน

เมื่อวิกฤตการเงินโจมตี ฝึกใจอย่างไรไม่ให้ชีวิตคู่ล่ม

ครองตัวเป็นโสด ฝึกใจอย่างไรให้มีความสุข

ครองตัวเป็นโสด ฝึกใจอย่างไรให้มีความสุข

การครองสถานะโสดทำให้หลายคนมีความสุขเมื่ออยู่คนเดียว ได้เป็นตัวของตัวเองเต็มที่ ไม่มีใครรบกวนและไม่ต้องปรับตัวตามใจคนอื่น แต่การใช้ชีวิตโสดมักจะมีเรื่องกวนใจอยู่เสมอ ต้องฝึกใจให้หนักแน่นไม่สนใจว่าคนอื่นจะพูดกันอย่างไร ควรรู้สึกแฮปปี้กับความโสดที่เราเลือกเอง ดีกว่าผูกติดกับคนไม่ดีหรือมีอันต้องเลิกราในภายหลัง บางคนรู้สึกวิตกกังวลเมื่ออยู่ตามลำพัง ความทุกข์จากความเหงาส่งผลเสียต่อสุขภาพใจ อย่าปล่อยให้ตัวเองซึมเศร้านานเกินไป

ขอแนะนำให้ลองรับมือกับความโสดตามวิธีการต่อไปนี้

เลี้ยงสัตว์ไว้เป็นเพื่อนคลายเหงา เลือกประเภทน่ารักเลี้ยงง่ายและสุขภาพดีไม่เป็นภาระสำหรับคนที่อยู่เพียงลำพัง สุนัขหรือแมวเป็นสัตว์เลี้ยงตัวโปรดทำให้บ้านมีชีวิตชีวามากขึ้น หรือลองเลือกสัตว์ประเภทอื่นที่ไม่ต้องใช้เวลาด้วยมากนัก เช่น เลี้ยงนกแก้วในกรง เลี้ยงปลาในตู้กระจก ดูเล่นเพลิน ๆ บรรเทาความเครียดให้ผู้ที่อยู่บ้านเพียงลำพัง ป้องกันภาวะซึมเศร้าและจิตใจห่อเหี่ยวได้ ควรเลือกกรงนกหรือตู้ปลาที่แข็งแรงอยู่ในสภาพดีใช้งานได้นาน เพียงจัดเตรียมอาหารและน้ำสะอาดเท่านั้น

การทำงานบ้าน เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้ตัวเองยุ่ง ๆ ฝึกใจให้จดจ่อกับงานบ้านจนไม่รู้สึกกังวลการไม่มีคนรักหรือครอบครัว เอาเวลาคิดมากนั้นมาทำอาหาร กวาดถูบ้าน ซักเสื้อผ้า จดรายการสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันและจัดการให้เสร็จไปทีละอย่าง ใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่จำเป็นต้องจับเจ่านั่งเศร้าอีกต่อไป

ใช้โซเชียลมีเดียเท่าที่จำเป็น แม้ว่าสื่อสังคมออนไลน์จะเปิดโลกให้กว้างไกล ได้เห็นสิ่งต่าง ๆ และกิจกรรมของคนอื่น ๆ แต่บางครั้งการมองคนอื่นมากเกินไป เห็นใคร ๆ โพสต์รูปถ่ายในโซเชียลมีเดียจะทำให้รู้สึกเบื่อหน่าย อาจเกิดการเปรียบเทียบว่าทำไมคนอื่นมีความสุขกับช่วงเวลาดี ๆ ทำให้คนโสดรู้สึกเหงากว่าเดิม เพราะขาดกิจกรรมครอบครัว อาจเป็นสาเหตุทำให้เครียดเพิ่มขึ้น เมื่ออยู่คนเดียวจึงควรฝึกใจมองสิ่งแวดล้อมและคนรอบข้างในแง่ดี ลดเวลาสอดส่องโซเชียลมีเดียให้น้อยลงก็จะทำจิตใจให้สงบได้รับมือกับความโสด

ถ้าเป็นคนโสดที่ต้องการเพื่อนคู่คิด แต่ก็ไม่อยากมีคู่ครอง ก็ไม่จำเป็นต้องปิดกั้นตัวเองจากคนทั้งโลก ลองพิจารณาการรับคนมาอยู่ร่วมชายคา ไม่ว่าจะเป็นญาติหรือเพื่อนสนิท ใครสักคนที่ไว้ใจได้ เข้ากันได้และไม่ก่อปัญหาจุกจิกกวนใจให้เครียดมากขึ้นไปอีก ก่อนอื่นต้องตกลงกันให้ดีว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างไร คุยเรื่องสำคัญอย่างความสะอาด ความเป็นส่วนตัว กิจกรรมประจำวัน และบุคคลที่จะเยี่ยมเยือนเป็นครั้งคราว เพื่อที่ทั้งคู่จะอยู่ร่วมบ้านกันอย่างมีความสุข ไม่มีพฤติกรรมขุ่นข้องหมองใจทำให้ต้องหันหลังแยกทางและเสียความรู้สึกต่อกันในภายหลัง

ความจริงแล้วการอยู่คนเดียวเป็นข้อได้เปรียบ ทำให้มีเวลามองทบทวนชีวิตและประสบการณ์ที่ผ่านมา เห็นคุณค่าในตนเองและรักตัวเอง ซึ่งเป็นพลังบวกทำให้ชีวิตโสดมีคุณค่าและมีความสุขได้ด้วยตัวเอง