เทคนิครับมือกับชีวิตเหงา ๆ ในยุคโควิด-19

เทคนิครับมือกับชีวิตเหงา ๆ ในยุคโควิด-19

ช่วงที่ไวรัสโคโรน่าระบาดหนัก หลายคนยากจะปรับตัวรับมือกับเหงา เพราะเคยชินกับการออกไปข้างนอกทุกวัน ความโดดเดี่ยวทางสังคมต้องอยู่บ้านคนเดียวเป็นเวลานาน ๆ ส่งผลให้สุขภาพจิตและร่างกายย่ำแย่ ถึงวันนี้คงเห็นแล้วว่าสถานการณ์ไวรัสคงไม่ผ่านไปในเร็ววัน การฝึกใจให้ต่อสู้กับความเหงาเป็นเรื่องจำเป็น ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าจะรับมือกับความเหงาได้ เรามีวิธีสร้างสรรค์มาแนะนำกัน ดังนี้

1.เป็นเรื่องปกติที่คนเรารู้สึกเครียดเมื่อต้องติดแหงกอยู่ในบ้าน พบกับผู้คนน้อยลงด้วยความกลัวที่จะติดเชื้อโรค อย่างไรก็ดี การเว้นระยะห่างทางสังคมหมายถึงหลีกเลี่ยงพบปะผู้อื่นในที่สาธารณะและออกนอกบ้านเมื่อจำเป็น แต่ทุกวันนี้มีการสื่อสารหลายช่องทาง แค่รู้ว่ามีคนอื่นที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ชวนพูดคุยปลอบประโลมซึ่งกันและกันพอช่วยให้รู้สึกคลายเหงาได้บ้าง

2.โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลักซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้คนได้แบ่งปันประสบการณ์ของตนเองกับผู้อื่น ถ้าคุณชอบคุยเรื่อง โปรแกรมบอลวันนี้ ก็สามารถเข้ากลุ่มฟุตบอลเพื่อแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆได้ แต่ต้องระมัดระวังเสพสื่ออย่างมีสติเพราะโซเชียลมีเดียอาจส่งผลต่อสุขภาพจิตทำให้จิตใจย่ำแย่ลง หยุดเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น ต้องเตือนตัวเองเสมอว่าคนเรามักจะโพสต์แต่ด้านดีของตนเอง สิ่งต่าง ๆ ไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นเสมอไป ถ้าไม่ตระหนักถึงข้อนี้อาจทำให้รู้สึกแย่กว่าเดิม คิดไปเองว่าเป็นเราที่เหงาอยู่คนเดียว

3.วิธีที่ดีที่สุดในการผ่านช่วงเวลาแห่งความโดดเดี่ยวคือการทำตัวตามตารางชีวิตให้เป็นปกติที่สุด แม้ว่าจะอยู่ที่บ้านตามลำพังและรู้สึกเหงาเหมือนเดิม แต่การพยายามทำใช้ชีวิตเป็นปกตินั้น ถือเป็นวิธีการฝึกใจให้เข้มแข็ง เริ่มต้นแต่ละวันด้วยการวางแผนว่าจะทำอะไรบ้าง ทำตัวให้ยุ่งอยู่เสมอและหาวิธีติดต่อพูดคุยกับคนอื่น เขียนบันทึกประจำวันถึงสิ่งที่ทำและบรรยายความรู้สึกของตนเองลงไป จะช่วยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่เหงาเศร้าซึมไปได้ง่ายขึ้น

4.พยายามออกกำลังกายบ้าง การออกกำลังกายเป็นวิธีการฝึกความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ ใครเคยไปวิ่งออกกำลังกายนอกบ้าน ลองเปลี่ยนมาฝึกไทเก็ก เล่นโยคะ หรือเต้นแอโรบิกที่บ้านตามวิดีโอ YouTube แนะนำให้เลือกวิธีออกกำลังกายท่าง่าย ๆ ก่อน อย่ากดดันตัวเองมากเกินไป พยายามนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ สุขภาพแข็งแรงเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค ช่วยลดความกังวลใจ ทำให้หายเครียดได้

เมื่อมีสาเหตุที่จำเป็นต้องอยู่แต่ในบ้าน ไม่ว่าจะกักบริเวณเนื่องจากต้องสงสัยว่าติดเชื้อ หรือไม่กล้าออกไปเสี่ยงพบเจอผู้คนในที่สาธารณะ หรือดูข่าวมากเกินไปเกิดความกังวล ความเหงาและความรู้สึกโดดเดี่ยวที่ตามมาอาจกลายเป็นปัญหาทางจิตสะสมจนเกิดภาวะซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัว ในเมื่อวิกฤตยังไม่ผ่านพ้น ลำพังตัวเราเองทำอะไรมากไม่ได้ ลองเปิดใจยอมรับว่าการอยู่บ้านนั้นเป็นสถานการณ์ปกติ มองหาวิธีรับมือกับความเหงาในเชิงบวก เชื่อมั่นอยู่เสมอว่าวันหนึ่งสถานการณ์นี้จะผ่านพ้นไปแน่นอน