5 วิธีเรียกสมาธิ เพิ่มพลังสมอง จิตใจเบิกบาน

ฝึกสมาธิบำบัด แบบ SKT

ความเครียด เป็นกลไกที่เกิดขึ้นจากแรงกดดันของปัญหาต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อจิตใจและทำให้สุขภาพของคนเราแย่ลง ซ้ำยังเป็นสาเหตุของปัญหาอื่น ๆ ตามมา ส่งผลในทางลบต่อการดำเนินชีวิตในทุก ๆ ด้าน การฝึกสมาธิจึงเป็นทางเลือกในการแก้ไขที่ต้นเหตุของความเครียด ซึ่งหากสามารถฝึกให้มีสมาธิสูง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเครียด จิตใจจะเข้มแข็ง สงบแจ่มใส และมีความยืดหยุ่นทางความคิด สามารถควบคุมอารมณ์ให้เย็นลงได้อย่างมีเหตุมีผล ทางผู้เขียนมีวิธีฝึกใจและสมาธิเพิ่มพลังสมอง ให้จิตใจเบิกบานมาแนะนำให้ลองปฏิบัติกัน

  1. การฝึกทำสมาธิ โดยการฟังเพลงบรรเลง และรับรู้จังหวะหายใจของตนเอง เป็นการดูแลสุขภาพที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพราะเมื่อจิตใจสงบปราศจากความคิดที่ฟุ้งซ่าน จะทำให้เกิดสติปัญญาในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ลดความโกรธและความวิตกกังวลได้ หากฝึกสมาธิเป็นประจำ ระบบต่าง ๆ ในร่างกายเช่น ระบบทางเดินหายใจ ความดันโลหิต คลื่นสมอง และระบบการเผาผลาญ จะทำงานเป็นปกติ จิตใจเบิกบาน สมองแจ่มใส
  2. ฝึกสมาธิบำบัด แบบ SKTเป็นกระบวนการบำบัดรักษาผู้ป่วย โดยการใช้สมาธิเพื่อพัฒนาร่างกายให้สามารถเยียวยาตัวเองได้ โดยใช้หลักการฝึกสมาธิปรับการทำงานของร่างกายให้อยู่ในภาวะปกติ คิดค้นโดย รศ. ดร.สมพร กันทรดุษฎี เตรียมชัยศรี อาจารย์ประจำภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีเทคนิคการฝึก 7 ประการ ปฏิบัติแตกต่างไปตามความเหมาะสมกับสภาพร่างกายหรืออาการเจ็บป่วยของแต่ละคน ท่าเริ่มต้นได้แก่ นั่งสมาธิหลับตา สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วกลั้นไว้ 3 วินาที แล้วจึงเป่าออกทางปากช้า ๆ อย่างสม่ำเสมอจนสุด เริ่มจากวันละ 20 ครั้ง เพิ่มขึ้นได้ตามความชำนาญ ช่วยเสริมสร้างสุขภาพอนามัยและบรรเทาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ
  3. การอ่านหนังสือ ข้อดีที่ได้จากการฝึกสมาธิโดยการอ่านหนังสือ คือการพัฒนาทักษะทางความคิด รับรู้ต่อความเปลี่ยนแปลง และรับรู้อารมณ์ต่าง ๆ นอกจากจะช่วยลดความเครียดแล้ว ยังช่วยให้มีทัศนคติในเชิงบวกต่อคนรอบข้างและรับมือกับปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
  4. ฝึกสมาธิโดยทำกิจกรรมที่ช่วยให้สมองได้ออกกำลัง เช่น เล่นเกมปริศนาคำทาย ตัวต่อ หรือซูโดกุ เพราะการทำกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ ช่วยให้สมองได้เชื่อมต่อหรือส่งสัญญาณหากัน เป็นการเติมประจุพลังให้กับสมองช่วยให้คุณสามารถใช้สมองอย่างเต็มประสิทธิภาพ
  5. การฝึกนั่งสมาธิทุกเช้า หลังจากตื่นนอน โดยการกำหนดลมหายใจเข้าออก วันละ 10-15 นาที เมื่อมีการผ่อนคลายระดับลึก สมองจะเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta (เธต้า) เกิดความคิดสร้างสรรค์ (inspiration) และมีจินตนาการ นอกจากนี้การทำสมาธิยังช่วยให้สมองหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphine) ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข ร่างกายสดชื่น จิตใจเบิกบาน และช่วยให้ระบบภูมิต้านทานโรคทำงานได้ดียิ่งขึ้น โดยผลวิจัยทางการแพทย์พบว่าผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ฝึกทำสมาธิโดยการหายใจช้า ๆ และลึก ๆ วันละประมาณ 15 นาที ติดต่อกันนาน 2 เดือน จะมีค่าความดันโลหิตลดลงมากกว่ากลุ่มผู้ป่วยที่ไม่ได้เข้ารับการฝึกสมาธิ

การฝึกสมาธิจึงถือเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดของจิตใจและร่างกาย เป็นวิธีเติมพลังด้านบวกให้กับสมองที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง เมื่อสมองสงบแจ่มใสและมีพลัง เม็ดเลือดขาวจะแข็งแรงขึ้น ช่วยเสริมสร้างระบบการทำงานของภูมิต้านทานร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์มากขึ้นด้วย