ฝึกใจไม่ให้หัวร้อนบนท้องถนนปี 2019

ฝึกใจไม่ให้หัวร้อนบนท้องถนนปี 2019

จากข่าวสารที่นำเสนอผ่านจอทีวีในแต่ละวันจะพบว่ามีการทะเลาะวิวาทและอุบัติเหตุจากการขับขี่รถยนต์ด้วยอาการหัวร้อน หรือโมโหหงุดหงิดใส่กันอยู่เนือง ๆ อาจเป็นเพราะต่างคนก็ล้วนรีบเร่งไปทำงานหรือมีความเครียดสะสมอยู่ จึงเกิดอาการฟิวส์ขาดได้ง่าย ๆ

ในวันนี้ เราจึงขอนำเสนอวิธีการฝึกใจเพื่อแก้ปัญหาหัวร้อนเวลาอยู่บนท้องถนน เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยและลดความขัดแย้งระหว่างกัน ดังนี้

ฝึกใจไม่ให้หัวร้อนบนท้องถนน

หัวร้อนเมื่อรถติดยาวเหยียด

หากอารมณ์ร้อนของคุณเกิดเพราะสิ่งที่เผชิญอยู่ไม่ได้เป็นอย่างที่ต้องการเช่นการต้องเผชิญกับรถติดยาวเป็นหางว่าว คุณควรนิ่งคิดสักเล็กน้อยแล้วถามตัวเองว่าเราจะต้องรีบไปไหนเพื่ออะไร แค่รอจังหวะเวลานิดหน่อยอีกไม่นานก็จะผ่านไปแล้ว ควรถือเอาโอกาสนี้ในการฝึกความอดทนเสียเลย ฝึกใจคิดแบบนี้บ่อย ๆ จะทำให้คุณใจเย็นลงและรับมือกับปัญหาการจราจรที่ติดขัดของเมืองไทยอย่างมืออาชีพยิ่งขึ้น

หัวร้อนเมื่อมีผู้ขับขี่ปาดหน้า

ไม่ว่าจะโกรธมากเพียงใด คุณไม่ควรแสดงอารมณ์โมโหด้วยการบีบแตรไล่อย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะนั่นเท่ากับเป็นการเปิดศึกและทำให้เกิดเรื่องทะเลาะวิวาทได้ คุณเพียงส่งสัญญาณไฟหรือบีบแตรครั้งเดียวให้ผู้ขับขี่ที่ไร้มารยาทรู้ว่ากำลังถูกตำหนิก็เพียงพอแล้ว และ หากมีแนวโน้มว่าเรื่องจะไม่จบง่าย ๆ ควรมองหาป้อมตำรวจเพื่อช่วยในการไกล่เกลี่ยและมอบหมายให้เจ้าหน้าที่จราจรเป็นผู้ตักเตือนจะดีกว่า

ทั้งนี้หากคุณคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยและไม่ได้เกิดอุบัติเหตุ ก็อาจปล่อยผ่านให้เป็นสิ่งเตือนสติคุณว่าโชคดีแค่ไหนที่คุณขับรถมาด้วยความระมัดระวัง ต่อไปคุณก็จะยิ่งเห็นคุณค่าของความไม่ประมาทยิ่งขึ้นด้วย

เมื่อรถคันอื่นเปิดเครื่องเสียงดังรบกวนคุณ

หากคุณเคยจอดรถใกล้ ๆ กับคันที่เปิดเพลงเสียงดังช่วงรถติด คงจะเข้าใจถึงความรู้สึกหงุดหงิดรำคาญ โดยเฉพาะหากเป็นเพลงที่ไม่ตรงกับรสนิยมของคุณเอาเสียเลย กรณีนี้คุณสามารถคิดในลักษณะว่าผู้ขับขี่คันนั้นอาจกำลังง่วงจึงต้องเปิดเพลงดัง ๆ หรืออาจอยู่ในวัยคึกคะนองที่คุณไม่ควรไปเสียเวลาหงุดหงิดอารมณ์ใส่

อาศัยโอกาสนี้ทำความเข้าใจกับรสนิยมทางเสียงเพลงที่แตกต่างกันเสียดีกว่า ไม่แน่ว่าอาจเป็นเพลงที่จะดังฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองในอนาคตที่ทำให้คุณกลายเป็นคนนำสมัยร้องได้ก่อนใครก็เป็นได้

ฝึกใจไม่ให้หัวร้อน

จะเห็นได้ว่า อาการหัวร้อนระหว่างการขับขี่สามารถจัดการได้ที่ตัวคุณเอง แม้ว่าจะมีปัจจัยที่ชวนให้โมโหหรือเสียสมาธิในการขับขี่มากเพียงใดก็ตาม หากคุณฝึกใจให้มีความอดทน และใจเย็นขึ้นจะช่วยลดจำนวนเหตุการณ์ความรุนแรงต่าง ๆ บนท้องถนนลงไปได้ด้วย

ฝึกใจ ไม่ให้หัวร้อน เวลาขับรถ ปี 2018

ฝึกใจ ไม่ให้หัวร้อน เวลาขับรถ ปี 2018

การ ฝึกใจ ให้ลดความ หัวร้อน เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ขับขี่รถ ในยุค 2018 เนื่องจากเราอยู่ในสังคมที่รีบเร่งและมีการแข่งขันกันสูง ทำให้ย่อมเกิดการ กระทบกระทั่ง กันง่าย หากไม่มีใครยอมใคร หรือ ไม่คิดถึงผลเสียที่จะตามมา ก็จะเกิดการ ปะทะ และเป็นเรื่องราวใหญ่โตตามมาได้ ทั้งนี้ในปัจจุบันเราเห็นข่าวการ ปะทะ กันบนท้องถนนง่ายและบ่อยครั้งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปะทะทางคำพูด การชูนิ้ว การข่มขู่ การใช้อาวุธ ฯลฯ ซึ่งเดิมอาจเกิดจากเหตุเพียงเล็กน้อย เช่น จากการชิงจังหวะการเปลี่ยนเลน การไม่ให้ทางกันเวลาขับรถ รวมถึงการขับรถเฉี่ยวชนแม้เพียงเล็กน้อย ฯลฯ

ฝึกใจหลังจากเกิดอุบัติเหตุ

การ ฝึกใจ ให้ลดความใจร้อน หรือ เรียกสติ ให้กลับมาสู่ตัว หลังความตกใจที่เกิดอุบัติเหตุ เป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อป้องกันการแสดงออกเป็นพฤติกรรมที่จะทำให้เกิดภัยแก่ตัวเองและผู้อื่น ซ้ำซ้อน หนักขึ้นไป อันทำให้เกิดความเสียหายในด้านต่าง ๆ ทั้งเสียความรู้สึก หงุดหงิด โมโห เสียเวลา เอาเวลาไปสนใจทำธุระ/กิจการงานดีกว่า เสียทรัพย์ การชกต่อยหรือทำลายข้าวของ-ทุบรถคู่กรณี ทำให้เป็นคดีความเสียค่าปรับได้ เสียชื่อเสียง เกิดการแพร่หลายของคลิปและเป็นข่าวให้เสียชื่อเสียงถึงวงศ์ตระกูล ฯลฯ

หากต่างฝ่ายใจเย็น และ ฝึกใจให้ นับ 1 ถึง 10 คิดเสียว่า เขาคงรีบ ก็จะทำให้ไม่มีเรื่องต่อบานปลาย แต่ที่มักเกิดเหตุซ้ำซ้อนตามมาตามพาดหัวข่าวรายวัน มักมาจากการ หัวร้อน หรือความไม่ยอมกัน ต้องการ เอาชนะ จะเอาเรื่องกันกันให้ได้ ทำให้มักมีการ สาดอารมณ์ ใส่กัน ด้วยพฤติกรรมที่เปี่ยมด้วยอารมณ์แบบไม่ยั้งคิดหรือขาดสติ ไม่ว่าจะจากคู่กรณีฝ่ายเดียว หรือทั้งสองฝ่าย ดังเห็นได้ทั้งจากข่าวสารทีวี ช่องทางออนไลน์ หรือการแชร์ต่อจากกล้องหน้ารถ ฯลฯ

การ ฝึกใจ ที่สามารถทำได้ในทุก ๆ วัน วันละบ่อยครั้ง ที่ได้ผลดี คือ การทำสมาธิ ช่วงตื่นนอน หรือ ก่อนการขับรถทุกครั้ง เพียงนั่งนิ่ง ๆ หลับตา รู้ตาม ลมหายใจเข้า และลมหายใจออก ที่สั้น – ยาว ตื้น -ลึก ในแต่ละครั้ง เพียงรอบละ 1 – 3 นาที จะทำให้เป็นการ ดึงสติ ให้กลับมาอยู่กับ ปัจจุบัน ได้ดีขึ้น หรือบางคนที่ไม่ชอบนั่ง อาจใช้วิธี เดิน คล้ายการเดินจงกรม คือ ไม่ต้องหลับ แต่เป็นการเดินอย่างมีสติ โดยใช้หลักการเดียวกับการนั่งสมาธิดังที่กล่าวมา เพียงครั้งละ 5 นาที ก็จะสามารถสร้างความเคยชินให้ใจเย็น หรือ นิ่งมากขึ้น

ฝึกใจหลังจากเกิดอุบัติเหตุ

การ ฝึกใจ ให้ไม่ หัวร้อน จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องใช้ท้องถนนที่แออัดร่วมกัน และโดยเฉพาะช่วงเวลาที่เร่งด่วนของเมืองใหญ่ หากสามารถทำได้เป็นประจำ เชื่อว่าจะลดอุบัติภัยจากร้ายแรงให้บรรเทาลงได้ และที่แน่นอนคือจะลดความหงุดหงิดหรืออาการ ใจลอย ระหว่างการขับรถได้เป็นอย่างมากด้วย