เผชิญโลกด้วยการฝึกใจ

เผชิญโลกด้วยการฝึกใจ

โลกในปัจจุบันมีเรื่องราวมากมายให้เราได้มีหลากหลายอารมณ์ร่วม และด้วยสถานการณ์ Covid-19 ที่ทั่วโลกต้องเผชิญทำให้ยิ่งเพิ่มความเครียด ความกังวลให้กับผู้คนจำนวนมาก เพราะด้วยเรื่องนี้ส่งผลกระทบไปสู่ทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้โดยไม่สนใจเพศ อายุ ฐานะ การศึกษา หรือเรื่องใด ๆ เลย

ความกระทันหันที่เกิดขึ้นทำให้จิตใจของผู้คนห่อเหี่ยว อมทุกข์ เศร้า หงุดหงิด หาทางออกไม่ได้นำไปสู่การหาทางออกที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นบ่อย ๆ จากข่าวที่เราได้รับรู้กันอยู่ทุกวัน สังคมที่หม่นหมองทำให้อะไร ๆ ก็ดูไม่สดใสไปหมด การให้กำลังใจกันเป็นสิ่งที่พวกเราพยายามทำให้ดีที่สุด

จากสถานการณ์ต่าง ๆ ดังกล่าว ทำให้เห็นว่าการฝึกใจเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องอาศัยการฝึกฝนอยู่ตลอดเวลาเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง และส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ให้คนรอบข้างได้ช่วยกันลุกขึ้นสู้ต่อไป ไม่ว่าจะเผชิญกับเหตุการณ์อะไรก็ตาม ซึ่งการฝึกใจสามารถทำได้แบบค่อยเป็นค่อยไปด้วยการฝึกมองโลกตามความเป็นจริง พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้งก็ไม่เป็นไร เพียงพยายามทำใจให้ยอมรับกับมันว่าเป็นเรื่องธรรมชาติที่ต้องมีทั้งสุขและทุกข์ 

การฝึกแบบนี้ช่วงแรกจะยากหน่อย เราต้องให้กำลังใจตัวเองด้วยว่าเราผ่านไปได้ ลองเรียนรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับจับอารมณ์ตัวเองให้เป็น ให้รู้ว่าตอนนี้เรารู้สึกอย่างไร แล้วเราจะจัดการกับอารณ์นี้ของเราอย่างไร ขจัดอารมณ์ออกแล้วมองสิ่งต่าง ๆ ตามหลักเหตุผล ไม่ว่าเรื่องราวอะไรอารมณ์มักนำมาก่อนเหตุผลเสมอ แต่ถ้าเรามีสติ ไม่นานเราก็จะหยุดอารมณ์นั้นได้ และพิจารณามองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเข้าใจและปล่อยวางขึ้น แล้วเราจะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรอบคอบ และยังสามารถคิดได้รอบด้านมากขึ้นด้วย

การมีความสุขกับสิ่งเล็กน้อยกับสิ่งรอบตัวก็สำคัญ อย่าเก็บความสุขไว้เพื่ออะไรที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น หัดยิ้มและปล่อยให้ใจสนุกสนาน มีความสุขกับสิ่งรอบตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้าง เช่น สุขกับการรดน้ำต้นไม้ ได้ชมต้นไม้ใบหญ้า เพลินตาดีกับสุนัขและแมวและคลิปต่าง ๆ ใน Youtube, ยิ้มให้กับเพื่อนบ้านข้าง ๆ บ้าง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะเหมือนเป็นการเติมพลังดี ๆ ให้ตัวเองในทุกวันได้

นอกจากนี้ พูดคุยกับผู้คนแปลกใหม่ เช่น การไปท่องเที่ยวตามที่ต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศบ้าง (ตามโอกาส) ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะถ้าเรามัวแต่อยู่กับตัวเอง อยู่แบบคนเก็บตัวแล้วอมทุกข์ไว้กับตัวไม่ได้ระบายให้ใครฟังเลย แบบนี้ทุกข์ก็จะยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณ ดังนั้น ควรเปลี่ยนแปลงตัวเอง โดยออกมาพบเจอผู้คนบ้าง ได้พูดคุยทักทายกับคนรอบข้าง ลองสนทนากับพ่อค้าแม่ค้าที่เราซื้อข้าวเป็นประจำก็ได้ เหล่านี้ทำให้เราได้แลกเปลี่ยนความคิดกับคนที่อาจมีมุมมองอะไรใหม่ ๆ ที่ต่างกับเรา บางทีอาจทำให้เราได้เห็นช่องทางสำหรับแก้ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ก็ได้

ชีวิตเรายังต้องดำเนินต่อไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น การกล้าเผชิญกับสิ่งแปลกใหม่และปัญหาต่าง ๆ เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกใจให้แข็งแรง พร้อมสู้กับความจริงในโลกที่ไม่มีความแน่นอน เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามฝึกใจให้อยู่ได้อย่างไม่อึดอัด ใช้ชีวิตอย่างที่เป็นให้มีความสุข แม้ว่าอาจจะมากบ้าง น้อยบ้าง ก็ให้คิดเสียว่าเรื่องร้าย ๆ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เดี๋ยวมันก็ผ่านไป 

เทคนิครับมือกับชีวิตเหงา ๆ ในยุคโควิด-19

เทคนิครับมือกับชีวิตเหงา ๆ ในยุคโควิด-19

ช่วงที่ไวรัสโคโรน่าระบาดหนัก หลายคนยากจะปรับตัวรับมือกับเหงา เพราะเคยชินกับการออกไปข้างนอกทุกวัน ความโดดเดี่ยวทางสังคมต้องอยู่บ้านคนเดียวเป็นเวลานาน ๆ ส่งผลให้สุขภาพจิตและร่างกายย่ำแย่ ถึงวันนี้คงเห็นแล้วว่าสถานการณ์ไวรัสคงไม่ผ่านไปในเร็ววัน การฝึกใจให้ต่อสู้กับความเหงาเป็นเรื่องจำเป็น ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าจะรับมือกับความเหงาได้ เรามีวิธีสร้างสรรค์มาแนะนำกัน ดังนี้

1.เป็นเรื่องปกติที่คนเรารู้สึกเครียดเมื่อต้องติดแหงกอยู่ในบ้าน พบกับผู้คนน้อยลงด้วยความกลัวที่จะติดเชื้อโรค อย่างไรก็ดี การเว้นระยะห่างทางสังคมหมายถึงหลีกเลี่ยงพบปะผู้อื่นในที่สาธารณะและออกนอกบ้านเมื่อจำเป็น แต่ทุกวันนี้มีการสื่อสารหลายช่องทาง แค่รู้ว่ามีคนอื่นที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ชวนพูดคุยปลอบประโลมซึ่งกันและกันพอช่วยให้รู้สึกคลายเหงาได้บ้าง

2.โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลักซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้คนได้แบ่งปันประสบการณ์ของตนเองกับผู้อื่น ถ้าคุณชอบคุยเรื่อง โปรแกรมบอลวันนี้ ก็สามารถเข้ากลุ่มฟุตบอลเพื่อแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆได้ แต่ต้องระมัดระวังเสพสื่ออย่างมีสติเพราะโซเชียลมีเดียอาจส่งผลต่อสุขภาพจิตทำให้จิตใจย่ำแย่ลง หยุดเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น ต้องเตือนตัวเองเสมอว่าคนเรามักจะโพสต์แต่ด้านดีของตนเอง สิ่งต่าง ๆ ไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นเสมอไป ถ้าไม่ตระหนักถึงข้อนี้อาจทำให้รู้สึกแย่กว่าเดิม คิดไปเองว่าเป็นเราที่เหงาอยู่คนเดียว

3.วิธีที่ดีที่สุดในการผ่านช่วงเวลาแห่งความโดดเดี่ยวคือการทำตัวตามตารางชีวิตให้เป็นปกติที่สุด แม้ว่าจะอยู่ที่บ้านตามลำพังและรู้สึกเหงาเหมือนเดิม แต่การพยายามทำใช้ชีวิตเป็นปกตินั้น ถือเป็นวิธีการฝึกใจให้เข้มแข็ง เริ่มต้นแต่ละวันด้วยการวางแผนว่าจะทำอะไรบ้าง ทำตัวให้ยุ่งอยู่เสมอและหาวิธีติดต่อพูดคุยกับคนอื่น เขียนบันทึกประจำวันถึงสิ่งที่ทำและบรรยายความรู้สึกของตนเองลงไป จะช่วยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่เหงาเศร้าซึมไปได้ง่ายขึ้น

4.พยายามออกกำลังกายบ้าง การออกกำลังกายเป็นวิธีการฝึกความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ ใครเคยไปวิ่งออกกำลังกายนอกบ้าน ลองเปลี่ยนมาฝึกไทเก็ก เล่นโยคะ หรือเต้นแอโรบิกที่บ้านตามวิดีโอ YouTube แนะนำให้เลือกวิธีออกกำลังกายท่าง่าย ๆ ก่อน อย่ากดดันตัวเองมากเกินไป พยายามนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ สุขภาพแข็งแรงเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค ช่วยลดความกังวลใจ ทำให้หายเครียดได้

เมื่อมีสาเหตุที่จำเป็นต้องอยู่แต่ในบ้าน ไม่ว่าจะกักบริเวณเนื่องจากต้องสงสัยว่าติดเชื้อ หรือไม่กล้าออกไปเสี่ยงพบเจอผู้คนในที่สาธารณะ หรือดูข่าวมากเกินไปเกิดความกังวล ความเหงาและความรู้สึกโดดเดี่ยวที่ตามมาอาจกลายเป็นปัญหาทางจิตสะสมจนเกิดภาวะซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัว ในเมื่อวิกฤตยังไม่ผ่านพ้น ลำพังตัวเราเองทำอะไรมากไม่ได้ ลองเปิดใจยอมรับว่าการอยู่บ้านนั้นเป็นสถานการณ์ปกติ มองหาวิธีรับมือกับความเหงาในเชิงบวก เชื่อมั่นอยู่เสมอว่าวันหนึ่งสถานการณ์นี้จะผ่านพ้นไปแน่นอน